ช่วงการเคลื่อนไหวและแนวต้านของ Dollar Index
บทวิเคราะห์ระบุว่า ตั้งแต่กลางปี 2025 DXY ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 96 ถึง 100.4 และกรอบนี้ยังยืนได้แม้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น วิกฤตงบประมาณฝรั่งเศสที่หาข้อยุติไม่ได้, “Sanaenomics” ของญี่ปุ่น (ชุดนโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในช่วงนั้น) และการเลือกตั้งฉับพลัน, รวมถึงคำตัดสินศาลสูงสหรัฐที่ยกเลิกภาษีของทรัมป์ภายใต้ IEEPA (International Emergency Economic Powers Act—กฎหมายสหรัฐว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ) การพุ่งแรงของดอลลาร์ดูตึงตัวเกินไปหลังจากกระโดด 2% ในสองช่วงการซื้อขาย ตอนนี้เริ่มเห็น “แนวต้านเชิงเทคนิค” (technical resistance—ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้จากรูปแบบกราฟ/พฤติกรรมราคาในอดีต) ชัดเจนเมื่อ DXY เข้าใกล้ระดับจิตวิทยา 100 (psychological level—ตัวเลขกลม ๆ ที่ตลาดให้ความสำคัญ) ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงหนีไปสินทรัพย์ปลอดภัยอาจเริ่มอ่อนลง หลังตลาดรับรู้แรงกระแทกแรกจากเหตุโจมตีอิหร่าน มุมมองนี้สอดคล้องกับข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่ชี้ว่า CPI (Consumer Price Index—ดัชนีราคาผู้บริโภค วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ) ทั่วไปของเดือนกุมภาพันธ์ชะลอมาที่ 2.8% ต่ำกว่าที่คาดเล็กน้อย ทำให้แรงกดดันต่อเฟด (Federal Reserve—ธนาคารกลางสหรัฐ) ในการตอบสนองแบบเข้มงวดลดลง อีกทั้งข้อมูล CFTC (Commodity Futures Trading Commission—หน่วยงานกำกับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐ) ล่าสุดบอกว่า สถานะเก็งกำไร “ฝั่งซื้อ” ของดอลลาร์อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2025 สะท้อนว่าตลาดแน่นไปทางเดียว (crowded trade—คนส่วนใหญ่ถือสถานะไปทิศทางเดียว) และมีโอกาสย่อตัวความผันผวนของออปชันและการวางสถานะ
สำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้ “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives—สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) สถานการณ์นี้เป็นโอกาสวางแผนเผื่อการกลับทิศหรือการแกว่งในกรอบ การขายฟิวเจอร์ส DXY ใกล้ระดับ 100 (futures—สัญญาซื้อขายล่วงหน้ากำหนดราคาและวันส่งมอบ/ชำระเงิน) หรือซื้อพุต (puts—ออปชันที่ให้สิทธิขาย เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง) บน ETF ที่ติดตามดอลลาร์ (ETF—กองทุนซื้อขายในตลาดที่อิงสินทรัพย์ เช่น ดัชนี/ค่าเงิน) เป็นวิธีเล่นการย่อตัวได้โดยตรง กลยุทธ์ที่ซับซ้อนขึ้นอาจเป็นการขายสเปรดคอล (call spreads—โครงสร้างออปชันฝั่งขึ้นที่จำกัดกำไร/ความเสี่ยง) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price—ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) ที่ 100 หรือสูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งจะได้ประโยชน์หาก DXY ยังต่ำกว่าระดับนั้นในช่วงสัปดาห์ถัดไป มุมมองนี้ยังมีผลต่อคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD และ GBP/USD หากดอลลาร์อ่อนลง คู่เงินเหล่านี้มักปรับขึ้น ทำให้คอลออปชัน (call options—ออปชันที่ให้สิทธิซื้อ เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) บนคู่เงินเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ความเห็นล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ ECB (European Central Bank—ธนาคารกลางยุโรป) ชี้ว่าเงินเฟ้อภาคบริการในยุโรปยังเหนียว ทำให้เหตุผลพื้นฐานที่ยูโรจะแข็งขึ้นมีมากขึ้น ความผันผวนโดยนัย (implied volatility—ค่าความคาดหวังความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ในออปชันค่าเงิน ซึ่งพุ่งขึ้นระหว่างดอลลาร์ไต่ขึ้นแรง เริ่มลดลงเมื่อตลาดสงบลง โดยในอดีต หลังการพุ่งของความผันผวนมักนำไปสู่การลดค่าพรีเมียม (premium decay—มูลค่าเวลาในราคาออปชันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป) ความผันผวนที่ลดลงทำให้การขายพรีเมียมออปชัน (selling option premium—รับค่าเบี้ยประกัน/ค่าพรีเมียม โดยหวังว่าราคาจะไม่วิ่งแรงจนเสียเปรียบ) ดูน่าสนใจขึ้น หากดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวในกรอบระยะยาว สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets