เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาแถว 1.3300 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงการซื้อขายอเมริกาเหนือวันอังคาร โดย GBP/USD อยู่ที่ 1.3304 ลดลง 0.73% ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ตัวเลขที่วัดความแข็งค่า/อ่อนค่าของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก) เพิ่มขึ้น 0.78% เป็น 99.31 เพราะความขัดแย้งตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้คนแห่ซื้อ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe assets: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อกลัวความเสี่ยง เช่น เงินดอลลาร์ พันธบัตรรัฐบาล) มากขึ้น พร้อมความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN: องค์การสหประชาชาติ) กล่าวว่าเตหะรานยังไม่ได้ติดต่อสหรัฐเรื่องการเจรจาสันติภาพ ขณะเดียวกันสื่อ Al Hadath รายงานว่ามีเสียงไซเรนในคูเวต เมื่อมีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาน้อย ตลาดจึงหันไปจับตาความเห็นของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) รวมถึงจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ซึ่งบอกว่านโยบายอาจผ่อนคลายได้ถ้าแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง และเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ยังเป็นเป้าหมายหลัก
Fed And Uk Outlook
เจฟฟรีย์ ชมิด ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี กล่าวว่าเงินเฟ้อยังสูงเกินไป และชี้ว่าเศรษฐกิจยังเติบโตแข็งแรงโดยมีนโยบายการคลัง (fiscal policy: มาตรการภาษีและการใช้จ่ายของรัฐ) ช่วยหนุน ในสหราชอาณาจักร รัฐมนตรีคลัง ราเชล รีฟส์ กล่าวว่าเศรษฐกิจปี 2026 คาดโต 1.1% ต่ำกว่าที่สำนักงานความรับผิดชอบงบประมาณ (Office for Budget Responsibility หรือ OBR: หน่วยงานอิสระที่ทำคาดการณ์เศรษฐกิจ/งบประมาณของรัฐบาลอังกฤษ) ประเมินไว้ที่ 1.4%
ความคาดหวังการ “ลดดอกเบี้ย” (rate cut: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง) ของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England หรือ BoE: ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร) เปลี่ยนไป โดยตลาดจากเดิมประมาณ 75% เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า เหลือ 28% ในเชิงเทคนิค “แนวรับ” (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) อยู่แถว 1.3290 จากนั้น 1.3200 และ 1.3100 ส่วน “แนวต้าน” (resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกด) อยู่แถว 1.3400, 1.3498 และ 1.3550 โดยมี 1.37 อยู่สูงกว่า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets