ความขัดแย้งตะวันออกกลางหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
ความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางจะลุกลามและยืดเยื้อช่วยหนุนทองคำ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้กังวลเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) และทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ) จะ “ลดดอกเบี้ย” ลดลง ตลาดคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงช่วงฤดูร้อน แม้ทรัมป์จะเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ย ความคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้นอาจกดดันทองคำ เพราะทองคำ “ไม่ให้ดอกเบี้ย” (ถือทองแล้วไม่ได้รับดอกเบี้ยเหมือนฝากเงินหรือถือพันธบัตร) นักลงทุนจับตาคำกล่าวที่มีกำหนดของประธาน Fed สาขานิวยอร์ก จอห์น วิลเลียมส์, ประธาน Fed สาขาแคนซัสซิตี้ เจฟฟ์ ชมิด และประธาน Fed สาขามินนีแอโพลิส นีล แคชคารี ในวันอังคาร หากมีท่าที “คุมเข้ม” (hawkish: ส่งสัญญาณเข้มงวดเรื่องเงินเฟ้อ มักหมายถึงดอกเบี้ยอาจสูงนานขึ้น) อาจหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และกดดันทองคำที่ “ตีราคาเป็นดอลลาร์” (ราคาทองในตลาดโลกมักอ้างอิงเป็น USD) ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มทองคำสำรอง 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2022 ซึ่งเป็นสถิติซื้อสูงสุดต่อปี ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และสินทรัพย์เสี่ยงบางประเภท Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets