ผลต่อแนวทางนโยบายการเงิน
การหดตัวที่มากกว่าคาดของฐานเงินยืนยันว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) กำลัง “ตึงนโยบาย” (Tightening: ทำให้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น เช่น ลดการอัดฉีดเงินหรือทำให้ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น) มากกว่าที่ประเมินไว้ สัญญาณเชิงเข้มงวด (Hawkish: ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อและพร้อมทำให้นโยบายเข้มงวด) ที่ออกมาแบบไม่คาดคิดนี้บอกว่าภาวะการเงินกำลังตึงตัวเร็วกว่าในราคาที่ตลาดคิดไว้ จึงมีโอกาสกดดันสินทรัพย์ญี่ปุ่นในระยะสั้น ข้อมูลนี้หนุนโอกาสที่เงินเยนจะแข็งขึ้น เพราะปริมาณเงินที่ลดลงทำให้เงิน “หายากขึ้น” (Scarcity value: ค่าที่เพิ่มขึ้นเมื่อของมีน้อยลง) เราเห็นแล้วว่าเงินเยนตอบสนองแรงต่อการกลับสู่ภาวะปกติของนโยบาย (Policy normalization: ยกเลิกมาตรการผ่อนคลายพิเศษและกลับสู่ระดับนโยบายปกติ) ตลอดปี 2025 และแนวโน้มนี้ดูเหมือนจะเร็วขึ้น ผู้เทรดอนุพันธ์ (Derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชันและฟิวเจอร์ส) อาจพิจารณาซื้อออปชัน “คอล” ของ JPY (JPY call: สิทธิในการซื้อ JPY ที่ราคาแข่งขันในอนาคต ใช้เก็งว่าเยนจะแข็ง) หรือทำกลยุทธ์ “แบร์คอลสเปรด” บน USD/JPY (Bear call spread: ขายคอลที่ราคาใกล้กว่าและซื้อคอลที่ราคาไกลกว่า มักใช้เมื่อคาดว่าราคาจะไม่ขึ้นมาก) โดยดูระดับราคากลม ๆ สำคัญ เพราะคู่เงินหลุดต่ำกว่า 134 แล้วเช้านี้ สำหรับหุ้น นี่เป็นแรงต้านชัดเจน เพราะสภาพคล่องลดลง (Liquidity: เงินที่หมุนเวียน/ซื้อขายได้ง่ายในตลาด) มักกดดันดัชนี Nikkei 225 ลง กำไรของบริษัทส่งออกใหญ่เสี่ยงมากเป็นพิเศษ เพราะนักวิเคราะห์คาดแล้วว่าจะต้องลดประมาณการกำไรไตรมาส 2 ลง 2% หากเยนยังแข็งระดับนี้ เรามองว่าการซื้อออปชัน “พุต” ของ Nikkei ที่หมดอายุเดือนเมษายน (Put option: สิทธิในการขาย ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งว่าราคาจะลง) เป็นวิธีวางตำแหน่งเพื่อรับมือโอกาสตลาดปรับลง การเคลื่อนไหวนี้ยังชี้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB yield: ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น โดยทั่วไปยีลด์ขึ้นหมายถึงราคาพันธบัตรลง) มีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะธนาคารกลางลดบทบาทในตลาด (ลดการเข้าไปซื้อพันธบัตร) ยีลด์ JGB อายุ 10 ปีขยับขึ้นแล้ว 5 เบซิสพอยต์ (Basis point: 0.01%) เป็น 1.30% สูงสุดของปีนี้ การขายฟิวเจอร์ส JGB (Shorting futures: เปิดสถานะขายเพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาลง) เป็นวิธีตรงในการเล่นคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า สุดท้าย เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้น่าจะเพิ่มความผันผวนของตลาด (Volatility: ความแกว่งของราคา) ไม่เฉพาะญี่ปุ่นแต่รวมถึงทั่วโลก นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของโลก และเงินเยนที่แข็งขึ้นอาจทำให้เกิดการ “นำเงินกลับประเทศ” (Repatriation: ขายสินทรัพย์ต่างประเทศแล้วนำเงินกลับ) จากการลงทุนต่างประเทศของพวกเขา ความผันผวนโดยนัย (Implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ของคู่เงินเยนแบบครอส (Yen cross pairs: คู่เงินที่มี JPY แต่ไม่ใช่ USD/JPY เช่น EUR/JPY) พุ่งแล้วมากกว่า 15% ทำให้กลยุทธ์ “ถือความผันผวนขาขึ้น” ผ่านออปชัน (Long volatility strategies: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม) เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงต่อความไม่แน่นอนของตลาดโดยรวมได้ดีข้อควรพิจารณาด้านการจัดการความเสี่ยง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets