ผลต่อการกำหนดนโยบายการเงิน
อัตราส่วนงานต่อผู้สมัครเดือนมกราคม 2026 ที่ออกมาที่ 1.18 ต่ำกว่าคาดการณ์ 1.19 เล็กน้อย สะท้อนว่าตลาดแรงงานญี่ปุ่นเริ่มชะลอลงเล็กน้อยแต่เห็นได้ชัด ความอ่อนลงนี้ทำให้ “ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ)” (ธนาคารกลางของญี่ปุ่น) มีเหตุผลน้อยลงที่จะ “คุมเข้มนโยบายการเงิน” แบบเร่งขึ้น (หมายถึงการขึ้นดอกเบี้ยหรือทำมาตรการให้เงินตึงตัวมากขึ้น) ดังนั้น โอกาสที่ “อัตราดอกเบี้ย” (ต้นทุนของการกู้ยืมเงิน) จะถูกปรับขึ้นในระยะใกล้จึงลดลง สิ่งนี้ทำให้เราหันไปจับตาตลาดเงิน โดยเฉพาะ “เงินเยน” (สกุลเงินญี่ปุ่น) เมื่อ BoJ น่าจะยังคงรอดูสถานการณ์ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (ช่องว่างของดอกเบี้ยระหว่างประเทศ) ระหว่างญี่ปุ่นกับธนาคารกลางหลักอื่น ๆ จะยังอยู่ เช่น “ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve)” (ธนาคารกลางของสหรัฐฯ) ที่คงดอกเบี้ยไว้ เราควรคาดว่าเงินเยนอาจอ่อนค่าลงอีก ทำให้ “ออปชัน” (สัญญาซื้อขายสิทธิ์ ที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) ที่ได้ประโยชน์เมื่อ USD/JPY สูงขึ้น (ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเยน) มีความน่าสนใจในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ในประเทศ BoJ ที่ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยจะกดดันให้ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB yields)” (ผลตอบแทน/ดอกเบี้ยที่ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นได้รับ) ลดลง มุมมองนี้ยิ่งชัดจากข้อมูลล่าสุดที่ระบุว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation)” ของญี่ปุ่นในเดือนมกราคม 2026 ลดลงมาอยู่ที่ 1.9% ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง (เงินเฟ้อพื้นฐานคือเงินเฟ้อที่ตัดราคาที่ผันผวนมาก เช่น อาหารสดและพลังงาน ออกเพื่อดูแนวโน้มจริง) สภาพแวดล้อมนี้ รวมถึงเงินเยนที่อ่อนค่าซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ส่งออก อาจช่วยพยุงดัชนี “Nikkei 225” (ดัชนีหุ้นหลักของญี่ปุ่น) ข้อมูลนี้ยังสะท้อนแนวโน้มค่อย ๆ ผ่อนลงที่เราติดตามมาตั้งแต่ตลาดแรงงานทำจุดสูงสุดช่วงกลางปี 2025 เราจำได้ว่าเงินเยนไวต่อข่าวคาดเดาเรื่องนโยบายอย่างมากตลอดปี 2024 และ 2025 การอ่านค่าครั้งนี้ชี้ว่าอาจเข้าสู่ช่วงที่นโยบายคงที่มากขึ้น ทำให้กลยุทธ์อย่าง “เยนแคร์รี่เทรด (yen carry trade)” (การกู้ยืมเงินเยนที่ดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์/สกุลเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อกินส่วนต่าง) กลับมาน่าสนใจอีกครั้งข้อพิจารณาด้านกลยุทธ์ล่วงหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets