ยุทธศาสตร์สหรัฐเพื่อควบคุมพลังงานและวัสดุ
Rabobank มองว่าการที่จีนคุม “ห่วงโซ่อุปทาน” (Supply chain: เครือข่ายการผลิต-ขนส่งตั้งแต่วัตถุดิบถึงส่งมอบสินค้า) และแร่หายาก (Rare earths: กลุ่มแร่ที่ใช้ทำชิ้นส่วนเทคโนโลยีสำคัญ) เป็นจุดอ่อนของสหรัฐ จึงเชื่อว่าสหรัฐตอบโต้ด้วยการทำให้ “วัตถุดิบสำคัญ” ที่จีนต้องพึ่งพา ถูกคุมโดยสหรัฐหรือพันธมิตร เพื่อให้สหรัฐใช้ “อำนาจแข็ง” (Hard power: การใช้กำลังทหารหรือการบังคับด้วยมาตรการที่มีแรงกดดันสูง) ได้ รายงานบอกว่าแนวคิดนี้เคยชี้ไปที่เวเนซุเอลา และอิหร่านสำคัญกว่าเพราะส่งพลังงานให้จีนมากกว่าเวเนซุเอลา Rabobank ระบุว่าหากอิหร่านถูก “พลิกข้าง” (flip: เปลี่ยนฝ่าย/เปลี่ยนนโยบายจนไปอยู่ฝั่งตรงข้าม) อาจทำให้ “ระเบียงเศรษฐกิจอินเดีย-ตะวันออกกลาง-ยุโรป” (India Middle East Europe Economic Corridor: เส้นทางคมนาคมและการค้าเชื่อมภูมิภาค) เดินหน้าได้ และลดบทบาท “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road: โครงการโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการค้าของจีน) รายงานเสริมว่า “การเปลี่ยนรัฐบาลอย่างรวดเร็ว” (regime change: เปลี่ยนผู้มีอำนาจรัฐ/รัฐบาล) แม้เกิดผ่านการเปลี่ยนบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (Revolutionary Guard: หน่วยทหารทรงอำนาจของอิหร่าน) แบบที่เคยถูกพูดถึงในกรณีการากัส อาจทำให้ทรัมป์นิยมฝังแน่นขึ้น ระบุว่าราคาน้ำมันจะลดลงและอยู่ต่ำ และปัดตกแนวคิด “อำนาจระดับกลาง” (Middle power: ประเทศที่มีอิทธิพลปานกลาง) ที่ต้องการอิสระทางยุทธศาสตร์ (strategic autonomy: ความสามารถตัดสินใจเองไม่พึ่งมหาอำนาจ) ยุทธศาสตร์กดดันจีนด้วยการควบคุมแหล่งพลังงาน ซึ่งเห็นชัดจากการโจมตีอิหร่านในปี 2025 ยังเป็นแรงขับหลักของตลาด ทำให้ความตึงเครียดสูง และทำให้น้ำมันเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันอ้างอิงราคาตลาดโลก) ทดสอบระดับ 95 ดอลลาร์ ข่าวใดๆ จากอ่าวเปอร์เซียทำให้ราคาผันผวนทันทีเทรดความผันผวน ไม่ใช่ทิศทาง
เราเห็นว่าประเด็นหลักคือเทรด “ความผันผวน” (volatility: ความแกว่งของราคา) แทนการเดาทิศทางราคาน้ำมัน การซื้อ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชันทั้งขาขึ้นและขาลงที่ราคาใช้สิทธิเท่ากัน เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรง) บนฟิวเจอร์ส WTI (WTI futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบสหรัฐ) ช่วยทำกำไรจากการเคลื่อนไหวแรงได้ทั้งขึ้นหรือลง ดัชนี VIX ของ CBOE (VIX: ดัชนีความกลัว/ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) ยืนเหนือ 20 ต่อเนื่อง สะท้อนว่าตลาดคาดว่าจะมีแรงกระแทกใหญ่ ความผันผวนกระทบไปถึงหุ้นกลุ่มพลังงานโดยตรง ดังนั้นออปชันบน ETF อย่าง XLE (ETF: กองทุนรวมซื้อขายในตลาด; XLE: กองทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสหรัฐ) จึงน่าสนใจในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เรายังจับตาเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในอดีตมักแข็งค่าช่วงวิกฤตตะวันออกกลางเพราะนักลงทุนหาที่ปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าการนำเข้าน้ำมันดิบอิหร่านทางทะเลของจีนทำสถิติใหม่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมกราคม 2026 ความเป็นไปได้ของการยุติอย่างรวดเร็ว หรือ “พลิกข้างเร็ว” ที่พูดถึงในปี 2025 ตัดทิ้งไม่ได้ และเป็นความเสี่ยงใหญ่สำหรับคนที่วางตำแหน่งเพื่อความขัดแย้งยืดเยื้อ หากมีข้อตกลงเร็วที่ทำให้ระเบียงเศรษฐกิจอินเดีย-ตะวันออกกลาง-ยุโรปเดินหน้า ราคาน้ำมันจะร่วงแรงและกลับทิศทันที ดังนั้นควรรักษาตำแหน่งให้ยืดหยุ่น พร้อมจุดออกที่ชัดเจน (defined exit points: ระดับราคาหรือเงื่อนไขที่ตั้งไว้เพื่อปิดสถานะ) เพื่อหลีกเลี่ยงการติดอยู่ฝั่งผิดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนฉับพลัน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets