แรงกดดันทางการเมืองและนโยบายการเงินของสหราชอาณาจักร
ในสหราชอาณาจักร พรรคแรงงานแพ้การเลือกตั้งซ่อมในเขต Gorton and Denton ทำให้เกิดคำถามต่อความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี Keir Starmer อีกทั้งตลาดคาดว่า “ธนาคารกลางอังกฤษ” (Bank of England: ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร) จะผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น ซึ่งกดดันค่าเงินปอนด์ในระยะใกล้ ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางเพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาด ทำให้เกิดการ “หนีความเสี่ยง” ไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เราเห็นเงินดอลลาร์ได้ประโยชน์จากจุดนี้ สะท้อนผ่าน “ดัชนีความผันผวนของค่าเงิน” (currency volatility indexes คือค่าที่ใช้วัดความแกว่งของราคาในตลาดเงิน) ที่พุ่งเกิน 15% ใน 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา การย้ายไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GBP/USD ผลกระทบจากการโจมตีอิหร่านเห็นชัดในตลาดพลังงาน โดย “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” ของน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude futures คือสัญญาที่ตกลงซื้อขายน้ำมันในอนาคต อ้างอิงราคาน้ำมันเบรนท์) พุ่งเกิน 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี ราคาน้ำมันที่พุ่งแรงทำให้กังวลเรื่องเงินเฟ้อโลกและเศรษฐกิจชะลอ ยิ่งเพิ่มเหตุผลให้ถือสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้สกุลเงินที่เสี่ยงกว่าอย่างปอนด์สเตอร์ลิงดูไม่น่าสนใจ เราเคยเห็นภาพคล้ายกันช่วงต้นความขัดแย้งในยูเครนปี 2022 เมื่อ “ดัชนีดอลลาร์” (DXY คือดัชนีที่วัดความแข็งค่าของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ปรับขึ้นแรงหลายสัปดาห์ เหตุการณ์นั้นชี้ว่าแรงกระแทกทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถสร้างแนวโน้มต่อเนื่องในตลาดเงินได้ ผู้ซื้อขายควรคาดว่าเงินดอลลาร์อาจแข็งค่าต่อ หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อโอกาสของ BoE และแนวโน้มปอนด์สเตอร์ลิง
ฝั่งสหราชอาณาจักร สถานการณ์การเมืองยิ่งทำให้ปอนด์อ่อนลง การแพ้เลือกตั้งซ่อมล่าสุดทำให้เกิดความกังวล โดยผลสำรวจ YouGov ล่าสุดชี้ว่า “คะแนนความนิยม/การยอมรับ” ของรัฐบาลพรรคแรงงานลดลง 8 จุด มาอยู่ที่ 35% ความไม่มั่นคงทางการเมืองทำให้ค่าเงินเจอแรงกดดัน นอกจากนี้ ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับท่าที “ผ่อนคลายนโยบาย” (dovish คือเอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ยหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ) ของธนาคารกลางอังกฤษมากขึ้น “สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน” (Overnight Index Swaps: OIS คือสัญญาในตลาดที่ใช้คาดการณ์/อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น) ตอนนี้บ่งชี้ว่า มีโอกาสมากกว่า 70% ที่ BoE จะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งถัดไป (25 basis points คือ 0.25%) ความต่างของนโยบายการเงินเมื่อเทียบกับธนาคารกลางสหรัฐที่ระมัดระวังกว่า (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) ทำให้ปอนด์ถูกกดดันในเชิงพื้นฐาน เราย้อนดูความวุ่นวายทางการเมืองปลายปี 2022 ช่วงที่ Liz Truss เป็นนายกรัฐมนตรีไม่นาน จะเห็นว่าปอนด์ไวต่อความน่าเชื่อถือด้านนโยบายการคลังและการเมืองในประเทศมากเพียงใด ตอนนั้นตลาดเทขายปอนด์หนักจนทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เทียบกับดอลลาร์ บทเรียนนี้ชี้ว่า การมีทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคาดว่าจะลดดอกเบี้ย เป็นส่วนผสมที่ลบต่อปอนด์อย่างชัดเจน เมื่อมีทั้งดอลลาร์แข็งขึ้นและปอนด์อ่อนลง เรามองว่าผู้ซื้อขายอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการที่ GBP/USD ลดลง การซื้อ “ออปชันขาย” (put options คือสัญญาที่ให้สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคา/เวลาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลง และจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ค่าเบี้ย) เป็นวิธีที่กำหนดความเสี่ยงได้เพื่อเก็งการลงต่อ และอาศัยความผันผวนที่เพิ่มขึ้น ส่วนการขาย “สัญญาฟิวเจอร์ส” GBP/USD (futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผูกมัดต้องซื้อ/ขายในอนาคต) เป็นวิธีที่ตรงกว่า สำหรับคนที่คาดว่าแนวโน้มลงจะต่อเนื่องในสัปดาห์ถัดไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets