ข้อมูลของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (CFTC) ระบุว่า สถานะสุทธิทองคำของกลุ่มนอกภาคพาณิชย์ (net non-commercial) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 154.3k จาก 159.8k ในงวดก่อนหน้า สะท้อนการลดการถือสถานะฝั่งซื้อเชิงเก็งกำไรลงเล็กน้อยระหว่างสัปดาห์รายงาน
ตัวเลขล่าสุดบ่งชี้ว่าสถานะลดลง 5.5k สัญญาตลอดสัปดาห์ โดยข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมการวางสถานะในตลาดฟิวเจอร์สและออปชันที่อยู่ภายใต้การกำกับของ CFTC และเป็นภาพสะท้อน Sentiment ต่อทองคำในช่วงเวลานั้น
นักเก็งกำไรลดเดิมพันฝั่งขาขึ้น ท่ามกลางแรงขายทำกำไร
พบว่านักเก็งกำไรรายใหญ่เริ่มลดเดิมพันฝั่งขาขึ้นในทองคำ โดยสถานะซื้อสุทธิ (net long) ลดลง 5,500 สัญญา มาอยู่ที่ 154.3K สะท้อนแรงขายทำกำไรบางส่วนหลังราคาปรับขึ้นล่าสุดเข้าใกล้ระดับ 2,600 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณคลาสสิกของตลาดที่ “พักฐาน” เพื่อย่อยกำไรก่อนหน้า
ความระมัดระวังดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด หลัง core PCE เดือนเมษายนยังทรงตัวในระดับสูงที่ 2.9% ส่งผลให้รายงานการประชุมล่าสุดของเฟดสะท้อนแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูร้อน ลดแรงจูงใจระยะสั้นในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย ปัจจัยมหภาคนี้น่าจะเป็นแรงกดดันที่ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ทยอยลดสถานะลง
กลยุทธ์อนุพันธ์และปัจจัยหนุนที่ยังคงอยู่
เคยเห็นรูปแบบการลดสถานะของนักเก็งกำไรในลักษณะคล้ายกันช่วงการพักฐานหลังทำจุดสูงสุดปี 2020 ซึ่งหลายครั้งนำไปสู่การเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัวในกรอบ (sideways) สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ อาจเป็นสัญญาณให้พิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากภาวะราคาแกว่งในกรอบ เช่น การขาย covered call บนการถือครองทองคำจริง ขณะเดียวกัน การลดความเชื่อมั่นฝั่งขาขึ้นโดยรวมอาจทำให้พรีเมียมของคอลออปชันผ่อนคลายลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี แม้ Sentiment ระยะสั้นอ่อนลง แต่ปัจจัยหนุนพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ และการเข้าซื้อของธนาคารกลางที่ยังหนุนตลาด โดยข้อมูลไตรมาส 1/2026 ชี้ว่ายังมีการซื้อสุทธิมากกว่า 250 ตัน ช่วยสร้าง “ฐานรองรับ” ให้กับราคา ดังนั้นจึงควรมองการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นช่วงการปรับฐาน/สะสมกำลัง โดยใช้จังหวะย่อใกล้แนวรับ 2,500 ดอลลาร์เพื่อพิจารณาเปิดสถานะฝั่งซื้อด้วยการจำกัดความเสี่ยงอย่างชัดเจน เช่น กลยุทธ์ bull call spread