ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของกรีซปรับเพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน เร่งตัวจาก 8.3% ในการรายงานครั้งก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่หน้าประตูโรงงาน (factory gate) เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับความเร็วของเดือนก่อน
การเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายนทำให้ราคาผู้ผลิตขยายตัวในอัตรารายปีที่สูงขึ้นกว่าเดิม บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานตอนต้น (upstream) แข็งแกร่งขึ้นในข้อมูลล่าสุด
การพุ่งของราคาผู้ผลิตส่งสัญญาณแรงกดดันเงินเฟ้อในยูโรโซนที่กว้างขึ้น
การกระโดดขึ้นของราคาผู้ผลิตกรีซในเดือนเมษายนสู่ 12.8% ถือเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อ แม้ข้อมูลนี้เป็นของเดือนที่ผ่านมา แต่สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนพื้นฐานที่กำลังเริ่มปรากฏในตัวเลขเศรษฐกิจในวงกว้าง เรามองประเด็นนี้ไม่ใช่ความเสี่ยงเฉพาะกรีซ แต่เป็นตัวชี้นำเชิงสัญญาณต่อยูโรโซนทั้งภูมิภาค
ความกังวลดังกล่าวเริ่มได้รับการยืนยันจากข้อมูลล่าสุด โดยประมาณการเบื้องต้น (flash) ของ CPI ยูโรโซนเดือนพฤษภาคมออกมาค่อนข้างร้อนที่ 2.7% สูงกว่าฉันทามติของตลาด เงินเฟ้อที่ “เหนียว” นี้ท้าทายภาพการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะสามารถเริ่มวงจรลดดอกเบี้ยได้อย่างราบรื่นในช่วงฤดูร้อน เราประเมินว่าตลาดอาจปรับราคาความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมลง
การวางกลยุทธ์รับมือเงินเฟ้อเหนียวและความผันผวนของตลาด
ด้วยเหตุนี้ เรากำลังปรับสถานะการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เพื่อสะท้อนท่าที ECB ที่ “เข้มงวด” มากขึ้นในครึ่งหลังของปี สถานการณ์นี้ชวนให้นึกถึงปี 2022 ซึ่งช่วงที่ราคาผู้ผลิตพุ่งขึ้นได้มาก่อนการคุมเข้มนโยบายการเงินเชิงรุกของธนาคารกลาง เราเชื่อว่าการวางพอร์ตเพื่อรับมืออัตราดอกเบี้ย “สูงนาน” (higher-for-longer) เป็นแนวทางที่รอบคอบ
มุมมองนี้ยังสนับสนุนค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้น ทำให้การถือสถานะลองผ่านออปชันคอล EUR/USD มีความน่าสนใจ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยมากขึ้น ฝั่งหุ้น เราซื้อออปชันพุทบนดัชนี EURO STOXX 50 เพื่อทำหน้าที่เป็นเฮดจ์ต่อผลกระทบเชิงลบที่อัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องอาจมีต่อกำไรบริษัทจดทะเบียน
ความแตกต่างระหว่างข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังเหนียวกับความหวังของตลาดเรื่องการลดดอกเบี้ย กำลังก่อให้เกิดความไม่แน่นอนสูง เราจึงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนที่อิงความผันผวนของตลาดผ่านตราสารอนุพันธ์ เช่น ออปชันบนดัชนี VSTOXX กลยุทธ์นี้มีโอกาสทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาเพิ่มขึ้น โดยไม่ขึ้นกับทิศทางสุดท้ายของตลาด