อัลแบร์โต มูซาเลม ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง แม้ความคาดหวังต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI: เทคโนโลยีที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน/ตัดสินใจคล้ายมนุษย์) และโอกาสที่ผลิตภาพ (Productivity: ผลผลิตต่อชั่วโมงทำงานหรือประสิทธิภาพการผลิต) จะเติบโตสูงขึ้นกำลังเพิ่มขึ้น เขามองว่า “อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง” ของเฟดยังต่ำกว่า “อัตราดอกเบี้ยเป็นกลางระยะยาว” (Neutral rate: ระดับดอกเบี้ยที่ไม่กระตุ้นและไม่ฉุดเศรษฐกิจ) ขณะที่ “ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาว” มีแนวโน้มขยับขึ้น
เขาย้ำว่าผู้กำหนดนโยบายต้องโฟกัสการพาเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด และประเมินว่าดุลความเสี่ยงยังเอนเอียงไปทาง “เงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด” มากกว่า “เงินเฟ้อลดลงเร็ว”
ในประเด็น AI มูซาเลมกล่าวว่าหลักฐานเรื่องผลิตภาพที่ดีขึ้นยังไม่ชัดเจน และเตือนว่าไม่ควรหวังพึ่ง “ประสิทธิภาพในอนาคต” มาแก้เงินเฟ้อในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อแรงกดดันจากอุปสงค์ (Demand: ความต้องการซื้อ) ยังแข็งแรง เขาเสริมว่าแนวทางนโยบายของตนอาจเปลี่ยนได้ หากมีข้อมูลชัดเจนว่าผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นช่วยลดเงินเฟ้อ ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “ดอกเบี้ยสูงอยู่นาน” (Higher-for-longer: คงดอกเบี้ยไว้สูงเป็นเวลานาน) และชี้ว่าเฟดยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ “ดื้อ” (Persistent: ลดลงช้า) มากกว่าความเสี่ยงต่อการเติบโตระยะสั้น
Rate Expectations and Market Implications
เรามองว่าเฟดกำลังส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ มุมมองนี้ตอกย้ำจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนเมษายน 2026 ซึ่งระบุว่าเงินเฟ้อเทียบรายปีอยู่ที่ 3.6% และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ยังลดลงช้าอยู่ที่ 3.8% ขณะนี้ตลาดได้ “กำหนดราคา” (Pricing in: สะท้อนความคาดหวังเข้าไปในราคาสินทรัพย์แล้ว) ต่อภาพดอกเบี้ยสูงอยู่นานมากขึ้น
จากสถานการณ์ดังกล่าว เรากำลังพิจารณาเครื่องมืออนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย (Interest rate derivatives: สัญญาทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยง/เก็งกำไรทิศทางดอกเบี้ย) ที่ได้ประโยชน์หากเฟดยังไม่รีบลดดอกเบี้ย โดยเครื่องมือ CME FedWatch (ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สของเฟด เพื่อประเมินโอกาสปรับดอกเบี้ย) ชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน ลดลงจากมากกว่า 60% เมื่อเดือนก่อน เหลือต่ำกว่า 30% ในปัจจุบัน การปรับมุมมองของตลาดอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนว่ายังมีช่องให้วางกลยุทธ์รับมือกรณีดอกเบี้ยทรงตัวถึงสิ้นปี
Equity Market Strategies and Historical Parallels
ท่าทีคุมเข้ม (Hawkish: ให้น้ำหนักการสกัดเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) มีแนวโน้มจำกัดการปรับขึ้นของตลาดหุ้น เราจึงพิจารณากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง การซื้อออปชันพุต (Put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) บนดัชนีหลัก เช่น S&P 500 อาจช่วยคุ้มครองพอร์ตในกรณีที่ตลาดพึ่งพาความหวัง “ลดดอกเบี้ย” มากเกินไป ขณะเดียวกัน ดัชนี VIX (ตัวชี้วัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาด) ปรับขึ้นจากระดับต่ำ 13 เมื่อต้นปีมาเกิน 18 สะท้อนว่าผู้เล่นรายอื่นเริ่มกังวลมากขึ้น
ภาพรวมปัจจุบันคล้ายช่วงปี 2022-2023 ที่ข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังสูงต่อเนื่องทำให้ความหวังเรื่องเฟด “หันลำ” (Pivot: เปลี่ยนจากคุมเข้มไปผ่อนคลาย) อย่างรวดเร็วถูกทำลายซ้ำๆ ในช่วงนั้น ตลาดมักเผชิญแรงขายหนักทุกครั้งที่ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนออกไป เราควรเตรียมรับมือความผันผวนลักษณะเดียวกันรอบการประกาศข้อมูลสำคัญในสัปดาห์ข้างหน้า