USD/CAD เดินหน้าต่อจากการเบรกขึ้นในวันพุธเหนือโซน 1.3810–1.3815 และปรับขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยซื้อขายแถว 1.3870 ในช่วงเอเชีย แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 13 เม.ย. การเคลื่อนไหวนี้หนุนโดย “ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ากว้างวง” หลังบรรยากาศรับความเสี่ยง (risk sentiment: ความต้องการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง) อ่อนลงจากพัฒนาการใหม่ในตะวันออกกลางที่ทำให้ตลาดลดความหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งกับอิหร่านในระยะใกล้ ส่งผลให้เงินดอลลาร์ (greenback: คำเรียกดอลลาร์สหรัฐ) ถูกซื้อในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อกังวลความเสี่ยง). แรงหนุนเพิ่มมาจากการคาดการณ์ของตลาดว่ามีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 แม้ราคาน้ำมันดิบจะฟื้นตัว ซึ่งตามปกติเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์แคนาดา
ในเชิงเทคนิค คู่เงินยังคงมีภาพ “ขาขึ้น” หลังปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา 200 วัน (200-day simple moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 วัน) และผ่านระดับฟีโบนัชชี 61.8% (Fibonacci retracement: ระดับย่อ/รีบาวด์ที่ใช้วัดการพักตัวของราคา) ของการปรับลงช่วง เม.ย.–พ.ค. อย่างไรก็ดี ราคาเริ่มชะลอใกล้ระดับ 78.6% แถว 1.3875 สัญญาณโมเมนตัม (momentum indicators: ตัวชี้วัดแรงส่งของราคา) ออกมาหลากหลาย โดย RSI ใกล้ 70 บ่งชี้ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (overbought: ราคาขึ้นแรงจนเสี่ยงพักฐาน) ขณะที่ MACD ยังอยู่ในแดนบวก (MACD: ตัวชี้วัดแนวโน้ม/แรงส่งจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่). หากทะลุ 1.3875 ได้ ตลาดจะจับตา 1.3963 ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1.3810 ตามด้วย 1.3758 และ 1.3709 และแนวรับถัดไปที่ 1.3649 และ 1.3552
Drivers Of USD/CAD Uptrend: Geopolitics And Policy Divergence
USD/CAD มีแรงส่งขาขึ้นชัดเจน หลังผ่านโซน 1.3810 และยืนใกล้ 1.3870 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน ปัจจัยหลักคือการไหลเข้าดอลลาร์จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการคาดการณ์นโยบายของ Fed ที่เปลี่ยนไป โดยตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกในปี 2026
มุมมองที่ “เข้มงวด” มากขึ้นของ Fed (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักหมายถึงดอกเบี้ยสูง/ขึ้นดอกเบี้ย) ถูกหนุนด้วยข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐเดือนเม.ย. สูงกว่าคาดที่ 3.8% ขณะที่รายงานการจ้างงานล่าสุดสะท้อนตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งและค่าจ้างยังโต ส่งผลให้ตลาดสัญญาล่วงหน้า (futures markets: ตลาดซื้อขายสัญญาอ้างอิงในอนาคต) ประเมินโอกาสราว 25% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายใน “การประชุมเดือนก.ค.” ตรงข้ามกับแคนาดาที่เงินเฟ้อทรงตัวในระดับ 2.7% ซึ่งตลาดมองว่าควบคุมได้มากกว่า
ความแตกต่างด้านนโยบาย (policy divergence: ทิศทางดอกเบี้ยของสองประเทศไม่เหมือนกัน) ระหว่าง Fed ที่อาจขึ้นดอกเบี้ย กับธนาคารกลางแคนาดา (BoC) ที่ทรงตัว ทำให้ USD/CAD ได้แรงหนุนต่อเนื่อง แม้ราคาน้ำมันดิบ WTI (WTI crude: น้ำมันดิบอ้างอิงหลักของสหรัฐ) ปรับขึ้นใกล้ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ผลบวกต่อดอลลาร์แคนาดาถูกกลบไป ช่วงที่นโยบายการเงินต่างกันมากในอดีต เช่น ปี 2022 มักทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับ “ลูนี” (loonie: คำเรียกดอลลาร์แคนาดา)
Strategy Outlook: Options Positioning And Technical Levels
ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์ผ่านอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินอ้างอิงสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ยังเอนเอียงไปทางขาขึ้นของ USD/CAD การซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาเป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด) หรือทำสเปรดแบบขาขึ้น (bull call spread: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาเป้าหมายสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) โดยตั้งราคาเป้าหมายไปที่โซน 1.3960 ยังดูเหมาะสม แม้ RSI ใกล้เขตซื้อมากเกินไปอาจทำให้พักตัวระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานยังหนุนทิศทางขึ้น
หากราคาอ่อนกลับสู่แนวรับ 1.3810 จะมองเป็นจังหวะเข้าซื้อเพิ่มมากกว่าการกลับตัวของแนวโน้ม อีกทางเลือกคือขายพุทออปชันที่ราคานอกเงิน (out-of-the-money puts: พุทที่ราคาเป้าหมายต่ำกว่าราคาตลาด ทำกำไรหลักจากค่าเวลาหรือ “พรีเมียม”) เพื่อรับพรีเมียม (premium: เงินที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) ระหว่างรอให้ราคาขึ้นต่อ หรือย่อเล็กน้อยเพื่อสะสมสถานะซื้อที่ระดับดีกว่า