การลงทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นญี่ปุ่น (การซื้อสุทธิหลังหักขาย) ลดลงเหลือ 1 พันล้านเยนในเดือนพฤษภาคม 2022 จาก 949.6 พันล้านเยนในงวดก่อนหน้า สะท้อนว่าความต้องการซื้อหุ้นญี่ปุ่นจากต่างประเทศชะลอลงอย่างมากในเดือนดังกล่าว
ข้อมูลชี้ว่าการซื้อสุทธิแทบหยุดนิ่งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่มีเงินไหลเข้าอย่างมาก ทำให้กระแสเงินในหุ้นเดือนพฤษภาคมเกือบ “ทรงตัว” โดยตัวเลขที่อ้างถึงไม่ได้แจกแจงเพิ่มเติมตามประเภทกองทุนหรือกลุ่มตลาด
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนเงินทุนต่างชาติไหลออกและบรรยากาศตลาด
การลดลงของเงินลงทุนต่างชาติเป็นสัญญาณที่น่ากังวล เพราะในอดีตเงินจากต่างชาติเป็นแรงหนุนสำคัญของหุ้นญี่ปุ่น เคยเกิดการไหลออกอย่างรวดเร็วในเดือนพฤษภาคม 2024 ก่อนที่ตลาดจะเข้าสู่ช่วง “พักฐาน/แกว่งตัวในกรอบ” (market consolidation: ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ ไม่ขึ้นหรือลงชัดเจน) การกลับทิศของกระแสเงินทุนอย่างฉับพลันบ่งชี้ว่าผู้เล่นรายใหญ่เริ่มระมัดระวังต่อแนวโน้มระยะสั้น
สาเหตุหลักน่าจะมาจากเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง และกลับไปทดสอบระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังระบุว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นญี่ปุ่น 890,000 ล้านเยนในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เยนอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 160 ต่อดอลลาร์ ทำให้กำไรจากหุ้น “ถูกหักล้าง” สำหรับกองทุนที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (unhedged funds: ไม่ทำเครื่องมือปิดความเสี่ยง อัตราแลกเปลี่ยนขึ้นลงกระทบผลตอบแทนเต็ม ๆ) มองว่าการขายทำกำไรจะมีต่อเนื่องตราบใดที่ความผันผวนของค่าเงินยังสูง (currency volatility: ค่าเงินแกว่งแรง)
อีกปัจจัยคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) โดยตลาดประเมินโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย” ในไตรมาส 3 สูงขึ้น ในอดีต เพียงแค่คาดการณ์นโยบายการเงินตึงตัว (tighter monetary policy: การขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่อง) ก็เคยทำให้ดัชนีนิกเกอิปรับลงแรงในระยะสั้น ความคาดหวังดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและลดสัดส่วนการลงทุน (reduce exposure: ลดการถือครอง/ลดน้ำหนักพอร์ต)