เงินปอนด์ปรับขึ้นเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายเอเชียวันพุธ หลัง GBP/USD มีแรงซื้อเมื่ออ่อนตัว และฟื้นจากการย่อตัวของวันก่อนจากระดับเหนือ 1.3500 ซึ่งเป็น “ระดับจิตวิทยา” (ระดับราคากลมๆ ที่ตลาดให้ความสำคัญ) และเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์ คู่เงินซื้อขายแถวกลางกรอบ 1.3400 โดยยังเป็นบวกเหนือ 1.3450 แต่การปรับขึ้นถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ รอบใหม่กระทบความหวังข้อตกลงยุติความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อราว 3 เดือน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่าการโจมตีดังกล่าวละเมิด “ข้อตกลงหยุดยิง” (การตกลงหยุดปฏิบัติการทางทหารชั่วคราว) ที่มีมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามขู่ว่าจะตอบโต้ ทำให้ตลาดยัง “บวกความเสี่ยง” (risk premium: ส่วนเพิ่มที่นักลงทุนเรียกร้องเพื่อชดเชยความเสี่ยง) ซึ่งหนุนดอลลาร์สหรัฐในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่มักแข็งค่าช่วงตลาดผันผวน)
ภาพรวมด้านนโยบายยังจำกัดการขึ้นต่อ เนื่องจากตลาดชั่งน้ำหนักมุมมองเฟดที่ “เข้มงวด” (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อเข้ม) เทียบกับธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่ยัง “คงท่าที” BoE คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate) ที่ 3.75% ต่อเนื่อง 3 ครั้ง และมติล่าสุดโหวต 8–1 ให้คงดอกเบี้ย โดยมี 1 เสียงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย เงินเฟ้อ CPI ของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 3.3% และ BoE คาดว่าต้นทุนพลังงานที่ส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการจะดันเงินเฟ้อสูงขึ้นในไตรมาสถัดไป ส่วนสหรัฐฯ นักเทรดเริ่ม “ให้ราคา” (pricing in: สะท้อนความคาดหวังเข้าไปในราคาแล้ว) โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคมมากขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ทำให้ความต่างนโยบายการเงินระหว่างสองประเทศยังไม่ชัด
Range-Bound Trading and Diminished Volatility
เราเห็นว่าเงินปอนด์ยังทรงตัวเหนือ 1.3450 แต่โอกาสขึ้นต่อเหมือนถูกจำกัดใกล้ 1.3500 ภาวะที่ราคาแกว่งไม่มากสะท้อนในข้อมูลตลาด โดยดัชนีความผันผวนเงินปอนด์ของ CBOE (BPVIX: ดัชนีที่วัด “ความผันผวนโดยนัย” หรือ implied volatility ซึ่งเป็นความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) อยู่ใกล้ 6.5 ต่ำสุดในรอบหลายเดือน บ่งชี้ว่านักลงทุนยังไม่คาดว่าจะเกิดการ “เบรกกรอบ” (breakout: หลุดกรอบขึ้น/ลงอย่างชัดเจน) มากนัก จึงเป็นช่วง “พักฐาน” (consolidation: เคลื่อนไหวในกรอบเพื่อสะสมแรง)
การเคลื่อนไหวแบบ “แกว่งในกรอบ” (range-bound: ราคาไปมาในช่วงเดิม) เป็นผลจาก BoE และเฟดเดินนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อทั้งสองธนาคารกลางคงดอกเบี้ย ความต่างอัตราดอกเบี้ยที่มักเป็นแรงขับ GBP/USD จึงนิ่งไป จนกว่าจะมีสัญญาณเปลี่ยนทิศทางชัดเจนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คู่เงินมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบต่อโดยไม่มีเทรนด์แรง
Inflation Concerns and Options Trading Strategies
ทั้งสองสถาบันยังเผชิญเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย โดยสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 3.3% และแรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากความตึงเครียดตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมัน ปัญหาร่วมนี้ทำให้ตลาด “อนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) สะท้อนท่าทีเข้มงวดมากขึ้น โดยสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (fed funds futures: สัญญาที่ใช้สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดในอนาคต) บ่งชี้ความน่าจะเป็นราว 25% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม ความคาดหวังนี้ช่วยหนุนดอลลาร์และจำกัดการขึ้นของเงินปอนด์