ดัชนีราคาบ้านของสหรัฐ (US Housing Price Index) เพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้า (month on month: เทียบรายเดือน) ในเดือนมีนาคม ตรงตามที่ตลาดคาด
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคาบ้านยังเดินหน้าอย่างสม่ำเสมอ แต่เป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเพิ่มขึ้นเท่าเดิมตามที่คาดไว้ในเดือนมีนาคม
การชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัย และนัยต่อเฟด
ตัวเลขเดือนมีนาคมที่ออกมาตามคาดยืนยันว่าตลาดที่อยู่อาศัยกำลัง “ชะลอลง” ไม่ได้ “ทรุดตัว” การไม่มีเซอร์ไพรส์ช่วยลดความผันผวนระยะสั้น และตอกย้ำว่าแนวโน้มการเติบโตที่ช้าลงเริ่มชัดเจน เรามองว่านี่เป็นสัญญาณว่า การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) ก่อนหน้านี้เริ่มได้ผลตามเป้าหมาย
เมื่อภาคที่อยู่อาศัยชะลอ แรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งนี้ก็ลดลง ทำให้เฟดมีเหตุผลมากขึ้นที่จะ “คงดอกเบี้ย” แทนการ “ขึ้นดอกเบี้ย” เพิ่มในระยะใกล้ ซึ่งอาจจำกัดระดับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ดังนั้น เรากำลังพิจารณากลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาซื้อขายสิทธิ) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Treasury note futures: ฟิวเจอร์สของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี) ที่ได้ประโยชน์จาก “อัตราผลตอบแทน” (yields: ผลตอบแทนพันธบัตร) ทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย ตลาดอาจเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นกับโอกาสที่เฟดจะ “ลดดอกเบี้ย” ก่อนสิ้นปี ซึ่งสะท้อนว่าการวางตำแหน่งลงทุนสำหรับเฟดที่เข้มงวดน้อยลง (less hawkish: ผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น) เป็นทางเลือกที่เหมาะสม
การวางตำแหน่งตลาด และผลต่อกลุ่มอุตสาหกรรม
มุมมองนี้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่า “อัตราดอกเบี้ยจำนองคงที่ 30 ปี” (30-year fixed mortgage rates: ดอกเบี้ยกู้บ้านแบบคงที่ 30 ปี) ยังอยู่ในระดับสูงราว 6.9% ซึ่งกระทบ “ความสามารถในการซื้อ” ของผู้ซื้อโดยตรง นอกจากนี้ “ใบอนุญาตก่อสร้าง” (building permits: จำนวนโครงการ/บ้านที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง) เดือนเมษายนลดลง 3% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าผู้พัฒนาโครงการบ้านอาจมองอุปสงค์อ่อนลง เราจะติดตาม “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) บนกองทุนอีทีเอฟ (ETF: กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) กลุ่มผู้พัฒนาโครงการบ้าน เช่น XHB เพื่อหาสัญญาณอ่อนแรง
ตัวเลขที่อยู่อาศัยที่ออกมาตามคาดสนับสนุนกลยุทธ์ “ขายความผันผวน” (selling volatility: ทำกำไรเมื่อความผันผวนลดลง/ไม่สูง) เพราะมีโอกาสน้อยลงที่จะเกิดข้อมูลเศรษฐกิจที่ “เซอร์ไพรส์” ในระยะสั้น โดยดัชนี VIX (VIX index: ดัชนีชี้วัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ) ล่าสุดอยู่แถว 13 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก กลยุทธ์ขาย “สแตรงเกิล” (strangle: กลยุทธ์ออปชันขาย/ซื้อทั้งคอลและพุตคนละราคา เพื่อหวังให้ราคาไม่แกว่งแรง) บน ETF ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยดูน่าสนใจ กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์เมื่อราคาทรงตัวในกรอบ
เรายังระมัดระวังต่อธนาคารภูมิภาค (regional banks: ธนาคารท้องถิ่น/ภูมิภาคในสหรัฐ) เพราะตลาดที่อยู่อาศัยชะลอหมายถึงการปล่อยสินเชื่อจำนองใหม่ (mortgage origination: การออกสินเชื่อบ้านใหม่) และการเติบโตของสินเชื่อชะลอลง อาจพิจารณาซื้อ “พุตออปชัน” (put options: สิทธิขาย) บน ETF เช่น KRE เพื่อป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดความเสี่ยงของพอร์ต) จากภาวะชะลอนี้ แรงกดดันต่อ “ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ” (net interest margin: ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยรับกับดอกเบี้ยจ่าย) มีแนวโน้มยืดเยื้อไปตลอดช่วงฤดูร้อน