ข้อมูลจาก CFTC (คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ) ชี้ว่า “สถานะเก็งกำไร” (การถือครองเพื่อหวังกำไรระยะสั้นของนักลงทุน) ในดอลลาร์ออสเตรเลียอยู่ที่ระดับ “ซื้อสุทธิ” (net long คือจำนวนสัญญาฝั่งซื้อหักลบฝั่งขาย) สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013 โดยช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแรงสะสมยังเดินหน้าต่อ แม้ต้นเดือนเมษายนจะมีอาการสะดุดบ้าง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นทั้งที่ปัจจัยในประเทศอ่อนลง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 5 ปี ลดลง 30bp (basis point หรือ “จุดพื้นฐาน” โดย 1bp = 0.01%) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ “การกำหนดราคาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า” (rate pricing คือสิ่งที่ตลาดสะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) ณ ปลายปี 2026 ลดลง 20bp ในเดือนนี้
AUD เผชิญ “ความเสี่ยงจากเหตุการณ์” (event risk คือข่าว/เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ราคาแกว่งแรง) หากมีการขยายเวลาหยุดยิงที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจหนุนให้ราคาเด้งขึ้น แต่ระดับ AUD/USD ปัจจุบันสะท้อน “ความคาดหวังเชิงบวก” ไปมากแล้ว มุมมองการลงทุนแบบ “มูลค่าเปรียบเทียบ” (relative value คือเทียบความน่าสนใจระหว่างสินทรัพย์/คู่เงิน) จึงหันไปที่ AUD/NZD แม้คู่นี้ขึ้นแล้ว 13% ในรอบปี และไปที่แนวคิด “ขาย” NZD/USD (short คือคาดว่าราคาจะลง) มากกว่าการเพิ่มการถือครอง AUD
สถานะซื้อเก็งกำไร และความเสี่ยงการย่อตัว
เราประเมินว่า “สถานะซื้อ” ของนักลงทุนฝั่งเก็งกำไรในดอลลาร์ออสเตรเลียตึงตัวที่สุดตั้งแต่ปี 2013 ข้อมูลล่าสุดจาก CFTC ระบุว่าสัญญา “ซื้อสุทธิ” ใกล้ +95,000 สัญญา ทำให้เป็นการลงทุนที่เริ่ม “แออัด” (crowded trade คือคนอยู่ฝั่งเดียวกันมาก) และเปราะบาง หากบรรยากาศตลาดเปลี่ยน อาจเกิดการย่อตัวแรงได้
สถานะเชิงบวกนี้สวนทางกับพื้นฐานเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนลง เช่น GDP ไตรมาส 1 โตเพียง 0.2% อีกทั้ง “เงินเฟ้อทั่วไป” (headline CPI คือดัชนีราคาผู้บริโภครวมทุกหมวด) กลับมาอยู่ในกรอบเป้าหมายของ RBA (ธนาคารกลางออสเตรเลีย) ที่ 2.8% ทำให้เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยต่อเริ่มลดลงชัดเจน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 5 ปีลดลงต่ำกว่า 3.5% สะท้อนภาพชะลอตัวดังกล่าว
ช่องว่างนี้บ่งชี้ว่า “ข่าวดี” จำนวนมาก โดยเฉพาะความหวังเรื่องความตึงเครียดในเอเชีย-แปซิฟิกที่ผ่อนคลาย ถูกสะท้อนเข้าไปในราคา AUD/USD แล้ว หากข่าวดีไม่เกิดขึ้นจริง อาจกระตุ้นให้เกิดการ “ปิดสถานะ” (unwinding คือขายออกเพื่อลด/ปิดการถือครอง) ของฝั่งซื้ออย่างรวดเร็ว ดังนั้นระยะสั้นความเสี่ยงจึงเอนเอียงไปทางขาลง
การป้องกันความเสี่ยง และกลยุทธ์ทางเลือก
เราจึงพิจารณาซื้อ “ออปชันขาย” (put option คือสิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง เหมาะกับการกันความเสี่ยงขาลง) ใน AUD/USD เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานะซื้อเดิม หรือเพื่อวางตำแหน่งรอการปรับฐาน กลยุทธ์ “สเปรดออปชันขาย” (put spread คือซื้อ put หนึ่งสัญญาและขาย put อีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อลดต้นทุน) เป็นวิธีใช้เงินทุนคุ้มค่าเพื่อคาดหวังการกลับลงสู่บริเวณ 0.6500 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะนี้ “ความผันผวนโดยนัย” (volatility ที่ตลาดสะท้อนในราคาออปชัน) ยังอยู่ระดับต่ำ ทำให้ออปชันน่าสนใจสำหรับรับมือความเสี่ยงจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า
สำหรับผู้ที่ยังต้องการถือฝั่ง AUD มูลค่าที่น่าสนใจกว่าอาจอยู่ที่คู่ AUD/NZD เมื่อคู่นี้ขึ้นมาแล้ว 13% ในรอบปี การใช้ “สเปรดออปชันซื้อ” (call spread คือซื้อ call และขาย call อีกระดับราคา เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) อาจเหมาะกว่าในการลุ้นขึ้นต่อโดยกำหนดความเสี่ยงให้ชัดเจน วิธีนี้ช่วยแยกมุมมองต่อ AUD โดยเทียบกับอีกสกุลเงินที่มีปัจจัยในประเทศของตัวเอง
อีกทางเลือกคือ “ขาย” NZD/USD ซึ่งสะท้อนมุมมองลบต่อกลุ่มสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ของภูมิภาคได้ตรงกว่า วิธีนี้เลี่ยงความแออัดของการเทรดฝั่ง AUD และอาจได้ประโยชน์หากบรรยากาศภูมิภาคแย่ลง ทั้งยังให้สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk-reward) ที่ดูดีกว่า โดยไม่ต้องสวนกับสถานะที่ตึงตัวมากในดอลลาร์ออสเตรเลีย