AUD/USD ทรงตัวใกล้ 0.7170 ในช่วงเช้าของการซื้อขายในยุโรปวันจันทร์ หลังร่วงลงสองวันติดต่อกัน โดยดอลลาร์ออสเตรเลียได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง จากความคาดหวังว่า สหรัฐฯ–อิหร่าน อาจบรรลุข้อตกลงร่วมกัน รายงานระบุว่าทั้งสองประเทศกำลังขยับเข้าใกล้ข้อตกลงบนพื้นฐานของการขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน ภายใต้กรอบดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งาน อิหร่านจะกวาดล้างทุ่นระเบิดและเปิดทางเดินเรือให้ผ่านได้อย่างเสรี ขณะที่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดกั้นท่าเรืออิหร่าน
แนวโน้มดอลลาร์ออสเตรเลียเทียบดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงกดดัน หลังตลาดลดความคาดหวังว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะขึ้นดอกเบี้ยต่อ จากข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนลง อัตราว่างงานออสเตรเลียเพิ่มเป็น 4.5% ในเดือนเมษายน จาก 4.3% ในเดือนมีนาคม สูงสุดในราว 4 ปีครึ่ง และการประเมินของ Westpac บ่งชี้ว่า “โอกาสโดยนัย” ที่ RBA จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ลดลงเหลือ 3% จาก 13% ก่อนข้อมูลเผยแพร่ (โอกาสโดยนัย คือความน่าจะเป็นที่สรุปจากราคาหรือการคาดการณ์ของตลาด) ส่วนแรงหนุนต่อดอลลาร์สหรัฐยังมาจากเงินเฟ้อสหรัฐที่ลดลงช้า โดยเครื่องมือ CME FedWatch ชี้ว่า มีโอกาสเกือบ 41.0% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปี (0.25% เท่ากับ 25 จุดพื้นฐาน หรือ basis point)
พัฒนาการภูมิรัฐศาสตร์และความเคลื่อนไหวระยะสั้นของ AUD/USD
เราพบว่า AUD/USD ได้แรงพยุงชั่วคราวบริเวณ 0.7170 โดยหลักมาจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์เชิงบวก ความเป็นไปได้ของข้อตกลงสหรัฐฯ–อิหร่านทำให้ความต้องการ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ลดลง ซึ่งกดแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐ และหนุนดอลลาร์ออสเตรเลียเล็กน้อย (สินทรัพย์ปลอดภัย คือสินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาล)
ข้อเสนอหยุดยิง 60 วัน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นปัจจัยหนุนภาวะ “รับความเสี่ยง” (risk-on) ที่อาจดัน AUD ขึ้นได้ในระยะสั้น (risk-on คือภาวะที่นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) หากมีการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ตลาดอาจปรับขึ้นเร็วจากการลด “ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์” อย่างไรก็ดี เรามองว่าแรงหนุนนี้อาจอยู่ไม่นาน และอาจกลายเป็นจังหวะขายทำกำไร
ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่มีผลต่อ AUD/USD
ด้านปัจจัยพื้นฐาน แนวโน้มดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนลง โดยเฉพาะหลังรายงานจ้างงานล่าสุด การว่างงานที่เพิ่มเป็น 4.5% ซึ่งสูงสุดในรอบหลายปี ทำให้โอกาสที่ RBA จะขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้แทบหายไป ความต่างทิศทางของนโยบายการเงินเมื่อเทียบกับ Fed เป็นปัจจัยลบสำคัญต่อคู่เงินนี้ (ความต่างทิศทางของนโยบายการเงิน คือฝ่ายหนึ่งอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยหรือเริ่มผ่อนคลาย ขณะที่อีกฝ่ายยังมีแนวโน้มคุมเข้ม)
นอกจากนี้ ราคาแร่เหล็ก ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของออสเตรเลีย อ่อนตัวลงล่าสุด หลุด 100 ดอลลาร์ต่อตัน จากความกังวลต่ออุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมโลก ในอดีต การที่ RBA มีท่าทีผ่อนคลาย (dovish คือมีแนวโน้มไม่ขึ้นดอกเบี้ยหรือเอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย) พร้อมกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง มักกดดันค่าเงินออสเตรเลียอย่างมาก เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันช่วงปลายปี 2023 ซึ่งทำให้ AUD/USD อยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง (แนวโน้มขาลง คือราคาทำจุดต่ำลงเรื่อย ๆ)
ในทางกลับกัน มุมมองต่อดอลลาร์สหรัฐยังแข็งแกร่งจากเงินเฟ้อที่ยังสูง โดยข้อมูล Core PCE เดือนเมษายนออกมาที่ 3.1% เทียบรายปี (Core PCE คือดัชนีเงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) ทำให้ความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งยังไม่หายไป เครื่องมือ CME FedWatch ที่สะท้อนโอกาส 41% ของการขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี ตอกย้ำมุมมองนี้ และอาจจำกัดการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ (จำกัดการอ่อนค่า คือทำให้ดอลลาร์ลงได้ไม่มาก)