ราคาทองคำในปากีสถานปรับขึ้นในวันจันทร์ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 40,852.23 รูปีปากีสถานต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 40,378.29 รูปีในวันศุกร์ ขณะที่ราคาต่อตลา (หน่วยชั่งน้ำหนักที่นิยมในเอเชียใต้ โดย 1 ตลา ≈ 11.66 กรัม) เพิ่มขึ้นเป็น 476,492.70 รูปี จาก 470,964.50 รูปี ระดับอ้างอิงอื่น ๆ ระบุว่าทองคำอยู่ที่ 408,522.60 รูปีต่อ 10 กรัม และ 1,270,648.00 รูปีต่อทรอยออนซ์ (troy ounce คือหน่วยน้ำหนักสำหรับโลหะมีค่า เท่ากับราว 31.1035 กรัม) FXStreet คำนวณราคาท้องถิ่นโดยแปลงจากราคาอ้างอิงในตลาดโลกผ่านอัตรา USD/PKR (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อรูปีปากีสถาน) ให้เป็นหน่วยของปากีสถาน โดยอัปเดตรายวันตามเวลาที่เผยแพร่ ทั้งนี้ราคาเป็นเพียงราคาอ้างอิง อาจแตกต่างจากราคาซื้อขายจริงในตลาดท้องถิ่นเล็กน้อย
ทองคำในตลาดการเงินมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์เก็บมูลค่า” (store of value คือสินทรัพย์ที่ช่วยรักษากำลังซื้อไว้ได้เมื่อเวลาผ่านไป), เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และเป็นเครื่องมือ “ป้องกันความเสี่ยง” (hedge คือการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา) จากเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่า ธนาคารกลางถือครองทองคำสำรองมากที่สุด และตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นสถิติการซื้อสุทธิรายปีสูงสุด ทองคำมักถูกอธิบายว่ามีการเคลื่อนไหว “สวนทาง” (inversely correlated คือโดยทั่วไปเมื่ออีกตัวเพิ่ม ตัวนี้มักลด) กับเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries คือพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ) และบางช่วงอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง โดยการขึ้นลงของราคาทองมักเชื่อมโยงกับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย และทิศทางของดอลลาร์ในคู่ XAU/USD (XAU คือรหัสทองคำในตลาดโลก เทียบกับ USD)
ปัจจัยหนุนความแข็งแกร่งล่าสุดของทองคำ
ความแข็งแกร่งล่าสุดของทองคำมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังยืดเยื้อ และบทบาทของทองคำในการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินอ่อนค่า โดยข้อมูลเงินเฟ้อเดือนเมษายน 2026 ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.1% ทำให้ความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่ายิ่งเด่นขึ้น ตลาดจับตาการประชุมธนาคารกลางในเดือนมิถุนายนเพื่อดูทิศทางนโยบายดอกเบี้ยให้ชัดเจนขึ้น
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index คือดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) เป็นปัจจัยสำคัญ โดยทรงตัวแถวระดับ 105.5 และเป็นแรงกดดันต่อทองคำที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ ทองคำเป็น “สินทรัพย์ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย” (yield-less asset คือถือครองแล้วไม่ได้ดอกเบี้ยเหมือนพันธบัตร/เงินฝาก) จึงมักได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยลดลง และตลาดดูเหมือนรับรู้ไปแล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หากผลออกมาต่างจากที่คาด จะกระทบความแข็งแกร่งของดอลลาร์และส่งต่อถึงราคาทองคำทันที
แรงซื้อของธนาคารกลางยังเป็นฐานรองรับราคาอย่างชัดเจน ข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2026 ระบุว่าธนาคารกลาง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ เพิ่มทองคำสำรองสุทธิ 290 ตัน ต่อเนื่องจากจังหวะการซื้อสูงในปี 2024 และ 2025 การกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์สหรัฐในเชิงยุทธศาสตร์ถือเป็นสัญญาณบวกระยะยาวต่อทองคำ