ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดอัตรากลางรายวัน (central parity หรือ “ค่า Fixing” ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงที่ทางการประกาศทุกวัน) ของ USD/CNY สำหรับวันจันทร์ที่ 6.8318 แข็งค่ากว่าวันศุกร์ที่ 6.8373 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ Reuters ที่ 6.7880 PBOC ใช้การกำหนดค่า Fixing เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจรักษาเสถียรภาพด้านราคา รวมถึงเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจ และผลักดันการปฏิรูปการเงิน เช่น การเปิดเสรีตลาดและพัฒนาตลาดทุน
ธนาคารกลางจีนเป็นหน่วยงานของรัฐภายใต้สาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ได้เป็นอิสระ การกำกับทิศทางขึ้นกับเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านคณะรัฐมนตรี (State Council) โดยปัจจุบันคือ พาน กงเซิ่ง ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการด้วย การดำเนินนโยบายใช้นโยบายหลายเครื่องมือ เช่น อัตราดอกเบี้ยรีโปผันกลับ 7 วัน (7-day reverse repo rate: การที่ธนาคารกลางอัดฉีดเงินระยะสั้นให้ระบบผ่านธุรกรรมซื้อหลักทรัพย์พร้อมสัญญาขายคืน), เครื่องมือปล่อยกู้ระยะกลาง (Medium-term Lending Facility: การให้สภาพคล่องแก่ธนาคารพาณิชย์ระยะกลาง), การเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศ (foreign-exchange intervention: การซื้อขายเงินตราเพื่อพยุงค่าเงิน) และอัตราส่วนกันสำรอง (reserve requirement ratio: สัดส่วนเงินที่ธนาคารต้องกันไว้ ไม่ให้นำไปปล่อยกู้) ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั้นดี (Loan Prime Rate: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของสินเชื่อ) เป็นตัวชี้นำต้นทุนกู้ยืม อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน และผลตอบแทนเงินฝาก ซึ่งส่งผลต่อค่าเงินหยวน
นโยบาย “ปล่อยให้อ่อนค่าแบบควบคุม” ของ PBOC
เราเห็นว่า Fixing ของ USD/CNY วันนี้ส่งสัญญาณชัดถึงนโยบาย “ปล่อยให้อ่อนค่าแบบควบคุม” (managed depreciation: ปล่อยให้ค่าเงินอ่อนลงทีละน้อยภายใต้การคุมทิศทางของทางการ) แม้ตั้งค่าแข็งกว่าวันศุกร์เล็กน้อย แต่กลับอ่อนกว่าที่ตลาดประเมินมาก สะท้อนว่าทางการยอมรับค่าเงินที่อ่อนลงเพื่อพยุงเศรษฐกิจ แนวทางนี้มุ่งลดความเสี่ยงเงินทุนไหลออกแบบผิดปกติ (capital outflows: เงินไหลออกนอกประเทศ) ที่อาจเกิดหากค่าเงินร่วงแรงและรวดเร็ว
ภาพเศรษฐกิจโดยรวมหนุนท่าทีดังกล่าว เพราะข้อมูลล่าสุดยังไม่โดดเด่น โดยการส่งออกจีนเดือนเมษายนหดตัว 1.5% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมก็ชะลอลง สะท้อนแรงกดดันต่อภาคการผลิตจากอุปสงค์โลกที่อ่อน เรามองว่าธนาคารกลางใช้ค่าเงินเป็นเครื่องมือหลักเพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขัน เพราะยังไม่ต้องการลดอัตรา Loan Prime Rate แบบแรง
ผลต่อ “อนุพันธ์” และกลยุทธ์การเทรด
สภาพแวดล้อมนี้เปิดโอกาสในตลาดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับจีนยังสูง ซึ่งจะกดดันให้หยวนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง เราเห็นมูลค่าในการวางสถานะให้คู่ USD/CNY ค่อย ๆ ปรับขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
สำหรับผู้ค้า กลยุทธ์หนึ่งคือซื้อออปชันคอลระยะสั้น (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บน USD/CNH (หยวนออฟชอร์: ค่าเงินหยวนในตลาดนอกจีนแผ่นดินใหญ่) เพื่อรับโอกาสหยวนอ่อนค่าเพิ่ม โดยจำกัดความเสี่ยงขาลงหาก PBOC แทรกแซงแรงกว่าคาด ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) อาจเพิ่มขึ้น เพราะตลาดประเมินว่าธนาคารกลางจะยอมให้ค่าเงินอ่อนค่าได้มากแค่ไหน