Nvidia ปิดฤดูกาลรายงานผลประกอบการของกลุ่ม “Mag 7” ด้วยอีกหนึ่งไตรมาสที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากอุปสงค์ที่ยังแข็งแกร่งต่อฮาร์ดแวร์ด้าน AI (ปัญญาประดิษฐ์) ของบริษัท โดยบริษัททำกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง (adjusted EPS: กำไรต่อหุ้นที่ตัดรายการพิเศษ/รายการครั้งคราวออกเพื่อให้เห็นผลการดำเนินงานหลัก) ที่ 1.87 ดอลลาร์ มากกว่าปีก่อนกว่าเท่าตัว ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 85% เทียบปีก่อน สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 81.6 พันล้านดอลลาร์
ธุรกิจ Data Center (ศูนย์ข้อมูล/ระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับประมวลผลและเก็บข้อมูล) ยังเป็นเครื่องยนต์หลัก: ยอดขายแตะ 75.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน และเพิ่มขึ้น 92% จากปีก่อน หนุนโดยความต้องการ GPU ที่ต่อเนื่อง (GPU: ชิปสำหรับประมวลผลกราฟิกที่นิยมใช้ฝึกและรันโมเดล AI) รายงานยังระบุถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นสำหรับปีงบการเงินปัจจุบันและปีถัดไป และหุ้นมี Zacks Rank #2 (Buy) (Zacks Rank: ระบบจัดอันดับหุ้นจากการปรับประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ โดย #2 หมายถึง “แนะนำซื้อ”)
การเติบโตของ Data Center ทำสถิติใหม่ หนุนมุมมองอนาคต
เมื่อผลประกอบการที่ทำสถิติใหม่ผ่านไปแล้ว ภาพข้างหน้าของหุ้นยังชัดเจน การเติบโต 92% ของธุรกิจ Data Center สะท้อนว่า “การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI” (AI infrastructure buildout: การสร้าง/ขยายศูนย์ข้อมูล ระบบเครือข่าย และชิปเพื่อรองรับงาน AI) ยังไม่ชะลอ ปัจจัยพื้นฐานนี้มีแนวโน้มช่วยหนุนราคาหุ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ค่าที่สะท้อนความคาดหวังของตลาดต่อความผันผวนในอนาคต ซึ่งถูกคำนวณจากราคาออปชัน) ของออปชัน NVIDIA ปรับลดลงมากหลังประกาศงบ จากระดับก่อนประกาศที่มากกว่า 75% ลงมาอยู่ราว 48% ภาวะ “ความผันผวนยุบหลังงบ” (volatility crush: ค่า implied volatility ลดแรง ทำให้ราคาออปชันถูกลง) ทำให้กลยุทธ์ “ซื้อออปชัน” น่าสนใจกว่า “ขายออปชัน” สำหรับเก็บโอกาสขาขึ้น เพราะค่าเบี้ยประกัน (premium: ราคาที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ที่ถูกลงช่วยเพิ่มอำนาจคูณ (leverage: ใช้เงินน้อยเพื่อควบคุมมูลค่าสินทรัพย์มากขึ้น แต่ความเสี่ยงก็สูงขึ้น)
มุมมองตลาดและกลยุทธ์ออปชัน
ภาพรวมตลาดยังหนุนมุมมองดังกล่าว โดย Nasdaq 100 ปรับขึ้น 3.5% ในเดือนนี้ และคาดการณ์การใช้จ่ายด้านเทคโนโลยียังแข็งแรง ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า “คำมั่นลงทุน AI ของภาคธุรกิจ” (enterprise AI investment commitments: แผน/งบที่องค์กรตั้งใจจะลงทุนด้าน AI) สำหรับครึ่งหลังปี 2026 สูงกว่าปีก่อน 15% สภาพแวดล้อมมหภาคนี้ช่วยยืนยันว่าปัจจัยหนุนความต้องการสินค้าของ NVIDIA ยังมั่นคง
ดังนั้น กลยุทธ์ที่พิจารณาคือการ “ซื้อคอลสเปรด” (call spread: ซื้อออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายออปชันซื้ออีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแลกกับจำกัดกำไร) ที่จะหมดอายุปลายเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2026 เพื่อเก็บโมเมนตัมโดยจำกัดความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า (defined risk: ความเสี่ยงสูงสุดรู้ได้ตั้งแต่ต้น) อีกแนวทางคือ “ขายพุตนอกเงิน” (out-of-the-money puts: ขายออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิอยู่ต่ำกว่าราคาหุ้นปัจจุบัน เพื่อรับค่า premium แต่มีความเสี่ยงต้องรับซื้อหุ้นหากราคาลงแรง) เพื่อรับ premium โดยอาศัยความผันผวนที่ยังสูงกว่าตลาดโดยรวม ทั้งนี้ควรจับตาการเปลี่ยนแปลงแผนการใช้จ่ายลงทุน (capital expenditure: งบลงทุนระยะยาว เช่น ศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์) ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เป็นสัญญาณสำคัญ