การปรับขึ้นของ Nasdaq เริ่มชะงักหลังทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ราววันที่ 14 พฤษภาคม และตอนนี้เห็นมาแล้ว 5 วันติดต่อกันที่ “ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่” การที่แรงส่ง (โมเมนตัม: แรงขับเคลื่อนของราคา) อ่อนลงเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ความเคลื่อนไหวของราคาวันนี้ ศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม จะบอกทิศทางได้มากว่าช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ามีโอกาสไปทางไหน
ความลังเลนี้สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด เพราะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวเลขเงินเฟ้อที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการของผู้บริโภค) ออกมาสูงกว่าที่คาดเล็กน้อย ทำให้ตลาดตั้งคำถามต่อแนวโน้ม “อัตราดอกเบี้ย” ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนกังวลกับการถือหุ้นเทคโนโลยีที่ “มูลค่าสูง” (Valuation สูง: ราคาหุ้นแพงเมื่อเทียบกับกำไรหรือรายได้ของบริษัท) ดัชนี VIX (ดัชนีความผันผวน: ใช้วัดความกลัว/ความกังวลของตลาดจากราคาสัญญาออปชัน) ก็สะท้อนภาพนี้ โดยไต่จากระดับต่ำ 14 ขึ้นมาเกิน 18 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
Key Levels And Near Term Direction
เมื่อมีโอกาสเกิดการย่อตัวแรงขึ้น ผู้เทรดอนุพันธ์ (Derivatives: สัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรพิจารณาซื้อ “การป้องกันความเสี่ยง” หากวันนี้ปิดลบแบบเป็นขาลง (Bearish: สัญญาณเอนเอียงลง) การซื้อออปชัน Put ของ NQ ที่หมดอายุเดือนมิถุนายนอาจช่วยคุ้มกันพอร์ต หากราคาปรับลงไปหาแนวรับสำคัญที่โซน “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” (Moving Average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม/แนวรับแนวต้าน) วิธีนี้ช่วยรับมือช่วงตลาดแกว่งมากขึ้น (Choppy: ขึ้นลงแรงและไร้ทิศทางชัด)
สำหรับผู้ที่มองว่าตลาดจะแกว่งออกข้าง กลยุทธ์อย่าง iron condor (กลยุทธ์ออปชัน: ขาย/ซื้อออปชัน 4 ขาเพื่อทำกำไรเมื่อราคาอยู่ในกรอบ) อาจเหมาะ เพราะได้ประโยชน์จากการที่ราคาไม่ไปไกล สอดคล้องกับภาพ Nasdaq แกว่งในกรอบหลังผ่านจุดสูงสุดไม่ได้ ข้อมูลออปชันยังชี้ว่ามีผู้เล่นเพิ่มน้ำหนักไปที่การเทรดแบบ “อยู่ในกรอบ” (Range-bound: ราคาแกว่งในช่วงจำกัด)
โอกาสทะลุขึ้น (Bullish breakout: ราคาผ่านแนวต้านสำคัญและไปต่อ) ยังมี แต่เมื่อโมเมนตัมช้าลงควรระวัง แทนการซื้อ Call เปล่า (Naked calls: ซื้อคอลออปชันโดยไม่มีขาอื่นคุมความเสี่ยง) ผู้เทรดอาจใช้ bull call spread (สเปรดคอลขาขึ้น: ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) ซึ่งเหมาะกับการไต่ขึ้นช้า ๆ มากกว่าการพุ่งแรงต่อเนื่อง
ในอดีตเคยเห็นรูปแบบคล้ายกัน เช่น ไตรมาส 3 ปี 2023 ที่ตลาดพักตัวหลายสัปดาห์หลังขึ้นแรง ก่อนจะปรับฐาน (Correction: การย่อตัวจากจุดสูงสุด) เกือบ 10% แล้วแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวกลับมา การย่อตัวลักษณะนี้ในตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และอาจช่วยสร้างจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะกว่าในระยะถัดไป