จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims: ผู้ที่ยังคงยื่นขอรับเงินช่วยเหลือว่างงานต่อเนื่อง) ของสหรัฐอยู่ที่ 1.782 ล้านราย ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 พฤษภาคม ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.79 ล้านราย
ตัวเลขที่ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) แทบไม่มีเหตุผลต้องรีบลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ ข้อมูลนี้ตอกย้ำแนวโน้ม “ดอกเบี้ยสูงอยู่นาน” (Higher for longer: ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงนานกว่าที่เคยคาด) ซึ่งควรใช้เป็นกรอบวางกลยุทธ์
Labor Market And Inflation Backdrop
ข้อมูลแรงงานครั้งนี้ต้องดูควบคู่กับเงินเฟ้อ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI หรือดัชนีที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี ยังสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% เจ้าหน้าที่เฟดในการประชุมล่าสุดระบุว่ายังไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่ 2% อย่างยั่งยืน การที่เงินเฟ้อยังเหนียว (ยังลดลงช้า) พร้อมกับตลาดแรงงานแข็งแกร่ง เปิดทางให้เฟดคงท่าทีการเงินแบบตึงตัว (Restrictive policy: การใช้นโยบายดอกเบี้ยสูง/คุมเข้มเพื่อลดเงินเฟ้อ) ต่อไป
ด้วยภาพนี้ ควรระวังการคาดการณ์ของตลาดที่ให้น้ำหนัก “ลดดอกเบี้ย” ในช่วงปลายปีมากเกินไป การวางตำแหน่งสามารถพิจารณา “ออปชัน” (Options: สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ/ขายสินทรัพย์ในอนาคต แต่ไม่บังคับ) บน “สัญญาฟิวเจอร์ส SOFR” (SOFR futures: สัญญาล่วงหน้าอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย SOFR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของตลาดสหรัฐ) ซึ่งจะได้ประโยชน์หากตลาดเลื่อนความคาดหวังการลดดอกเบี้ยออกไป จากความผันผวน (Volatility: การแกว่งตัวของราคา) ในรอบขึ้นดอกเบี้ยปี 2022–2023 จะเห็นว่าอารมณ์ตลาดสามารถเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเดิมพันเรื่องการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป
สำหรับดัชนีหุ้น ภาวะนี้เป็นแรงกดดัน เพราะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงอาจบีบกำไรบริษัท (Earnings: ผลกำไร) จึงอาจใช้ออปชันบนดัชนี เช่น ซื้อ “พุทสเปรด” (Put spread: กลยุทธ์ออปชันฝั่งป้องกันความเสี่ยง โดยซื้อพุทและขายพุทอีกระดับราคาเพื่อลดต้นทุน) บน SPY (กองทุน ETF อ้างอิงดัชนี S&P 500) เพื่อกันความเสี่ยงขาลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์นี้จำกัดความเสี่ยงชัดเจน และช่วยป้องกันพอร์ตหากตลาดปรับมุมมองใหม่จากเฟดที่ “เข้มงวดมากขึ้น” (Hawkish: มีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง)
ข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังแข็งอาจทำให้ตลาด “แกว่งตัวแรง” มากขึ้นเมื่อผู้ซื้อขายตีความผลกระทบ ดังนั้นการเตรียมรับความผันผวนที่สูงขึ้นผ่าน “ตราสารอนุพันธ์” (Derivatives: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) บนดัชนี VIX (VIX index: ดัชนีวัดความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) อาจเป็นเครื่องมือกันความเสี่ยงได้ การซื้อ “คอล VIX” (VIX calls: ออปชันสิทธิซื้อที่อิง VIX) เป็นทางตรงในการคุ้มครองหากความไม่แน่นอนพุ่งและเกิดแรงขายในตลาด