ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของ “จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก” ของสหรัฐ ลดลงมาอยู่ที่ 202.5K ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 พ.ค. จากครั้งก่อนที่ 203.75K
การเปลี่ยนแปลงคือ ลดลง 1.25K ข้อมูลนี้เป็นค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของผู้ยื่นขอครั้งแรก (ช่วยลดความผันผวนรายสัปดาห์ของตัวเลขจริง)
ตลาดแรงงานยังตึงตัว
ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงมาอยู่ที่ 202,500 ตอกย้ำว่าตลาดแรงงานยัง “ตึงตัว” (หมายถึงหางานมีมาก แต่แรงงานยังขาด ส่งผลให้คนตกงานน้อย) ตัวเลขที่อยู่ใกล้ระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจพื้นฐานยังแข็งแรง และช่วยลดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอแรงในระยะใกล้
ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานทำให้เส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย) เดือนเม.ย. 2026 ยังสะท้อนเงินเฟ้อสูงที่ 3.1% ตลาดเคยคาดหวังการลดดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปี แต่ข้อมูลนี้ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยเดือนก.ค. ลดลง และต้องติดตามว่า Fed จะยังมีท่าที “เข้มงวด” (hawkish: ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ จึงพร้อมคง/ขึ้นดอกเบี้ย) หรือไม่
เมื่อย้อนไปปลายปี 2025 ตลาดเคยคาดว่า Fed จะผ่อนคลายนโยบายมากกว่าเดิม (dovish: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ) และคาดว่าจะลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ แต่ภาพนั้นเปลี่ยนไป คล้ายแนวคิด “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer: คงดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน) ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2023 ทำให้กลยุทธ์ที่อิงการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้มีความเสี่ยงสูงขึ้น
ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ตัวชี้วัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ) ซื้อขายแถว 13 สะท้อนว่าความผันผวนที่ตลาดคาด (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาสัญญาออปชัน) ยังต่ำ ทำให้ต้นทุนกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงด้วยออปชันค่อนข้างถูก ผู้ลงทุนอาจพิจารณาซื้อ “พุท” (put option: สิทธิในการขายที่ราคาใดราคาหนึ่ง ใช้ป้องกันพอร์ตเมื่อราคาปรับลง) ในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยี เพื่อกันความเสี่ยงกรณี Fed ยังใช้นโยบายการเงินตึงตัว (restrictive policy: ดอกเบี้ยสูง/สภาพคล่องตึง เพื่อกดเงินเฟ้อ) อีกทางเลือกคือขาย “คอลสเปรดนอกเงิน” (out-of-the-money call spread: ขายสิทธิซื้อที่ราคาสูงกว่าตลาดพร้อมซื้อคอลอีกระดับเพื่อจำกัดความเสี่ยง เป็นกลยุทธ์รับพรีเมียมเมื่อคาดว่าตลาดแกว่งในกรอบ) บนดัชนีหลัก เพื่อทำกำไรจากตลาดที่อาจเคลื่อนไหวในกรอบ (range-bound)
ตลาดจะจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls: จำนวนการจ้างงานเพิ่ม/ลด ยกเว้นภาคเกษตร เป็นตัวชี้นำเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ย) ซึ่งจะเผยแพร่วันที่ 5 มิ.ย. 2026 หากตัวเลขออกมาแรงหรืออ่อนกว่าคาดมาก อาจทำให้ตลาดผันผวนและต้องปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ใหม่อย่างรวดเร็ว