ยอดดุลบัญชีเดินสะพัดของยูโรโซน (ปรับฤดูกาลแล้ว: ปรับตัวเลขให้เทียบกันได้ระหว่างเดือน โดยตัดผลของฤดูกาลท่องเที่ยว/เทศกาล) อยู่ที่ 14.9 พันล้านยูโรในเดือนมีนาคม ขณะที่ตลาดคาด 25.3 พันล้านยูโร
ผลจริงต่ำกว่าคาด 10.4 พันล้านยูโร
ดุลเกินดุลยูโรพลาดคาด และผลต่อค่าเงิน
ดุลบัญชีเดินสะพัด (ตัวชี้วัดเงินตราต่างประเทศไหลเข้า-ออกจากการค้าและบริการ) ของยูโรโซนเดือนมีนาคมออกมาที่ 14.9 พันล้านยูโร ต่ำกว่าคาด 25.3 พันล้านยูโรอย่างมาก สะท้อนว่าดุลการค้าอ่อนลง และอาจกดดันค่าเงินยูโรในระยะใกล้ โดยมีโอกาสทดสอบแนวรับ 1.0700 เทียบดอลลาร์ (แนวรับ: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง)
ช่องว่างดังกล่าวน่ามาจากอุปสงค์โลกชะลอ (อุปสงค์: ความต้องการซื้อ) หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่า “คำสั่งซื้อภาคโรงงานเยอรมนี” ลดลง 1.2% ในเดือนเมษายน ขณะเดียวกันเงินเฟ้อภาคบริการที่ยังลงยาก (เงินเฟ้อภาคบริการ: ราคาค่าบริการ เช่น ค่าเช่า ค่ารักษา ค่าเดินทาง) ทำให้ต้นทุนการนำเข้ายังสูง ส่งผลให้ดุลเกินดุลถูกบีบจากทั้งฝั่งส่งออกและฝั่งนำเข้า
ความอ่อนแอนี้อาจทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ใช้น้ำเสียงระมัดระวังมากขึ้นในการประชุมวันที่ 12 มิ.ย. โดยการคาดการณ์ของตลาดที่สะท้อนผ่าน “สว็อปดัชนีข้ามคืน” (Overnight Index Swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ใช้ดูมุมมองตลาดต่อดอกเบี้ยนโยบาย) บ่งชี้โอกาสลดดอกเบี้ยภายในกันยายนราว 70% เพิ่มจาก 50% ในสัปดาห์ก่อน
ความเสี่ยงตลาดหุ้นและการวางสถานะ
สำหรับผู้ลงทุนหุ้น ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณเตือนต่อดัชนียุโรปอย่าง Euro Stoxx 50 โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออก หากหลุดระดับ 4,800 อาจเร่งแรงขายต่อเนื่อง ทำให้ “ออปชันขาย” (Put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือลุ้นขาลง) บนดัชนีเป็นทางเลือกได้ ขณะเดียวกัน “ความผันผวนโดยนัย” ของออปชัน EUR/USD อายุ 1 เดือน (Implied volatility: ตัวเลขที่สะท้อนว่าตลาดคาดการแกว่งของราคาในอนาคต) ขยับขึ้นเป็น 7.5% สื่อว่าตลาดเริ่มเตรียมรับความผันผวนที่มากขึ้น