GBP/USD เคลื่อนไหวใกล้ 1.3435 ในช่วงการซื้อขายเอเชียวันพฤหัสบดี คู่นี้ทรงตัว ขณะที่ตลาดจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน
นักลงทุนรอการประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI: ตัวชี้วัดภาวะธุรกิจจากการสำรวจผู้จัดการจัดซื้อ โดยค่ามากกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมขยายตัว) เบื้องต้นของเดือนพฤษภาคมจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินทิศทางกิจกรรมทางธุรกิจล่าสุด
เงินเฟ้ออังกฤษต่ำกว่าคาด เปลี่ยนมุมมองทิศทางดอกเบี้ย BoE
เงินเฟ้อทั่วไปตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ดัชนีวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ของสหราชอาณาจักรชะลอลงมาอยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน จาก 3.3% ในเดือนมีนาคม ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 3.0%
เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI: เงินเฟ้อที่ตัดรายการผันผวนสูงอย่างอาหารและพลังงานออกเพื่อสะท้อนแนวโน้มราคาแท้จริง) เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน ลดลงจาก 3.1% ก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 2.6%
การลดลงของเงินเฟ้ออังกฤษสู่ 2.8% ทำให้แรงกดดันต่อธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในการคงดอกเบี้ยไว้ระดับสูงลดลง และเพิ่มโอกาสเห็นการลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น ค่าเงินปอนด์จึงมีแนวโน้มอ่อนค่ากับดอลลาร์
มุมมองนี้ยิ่งชัดเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังลดลงช้า โดยอยู่ที่ 3.6% ในเดือนเมษายนล่าสุด ความแตกต่างด้านนโยบายระหว่างสองประเทศ (policy divergence: จังหวะ/ทิศทางดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน) มักกดดัน GBP/USD ในอดีต เช่นในปี 2025 เมื่อตลาดเริ่มประเมินว่าอังกฤษจะลดดอกเบี้ยก่อนธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทำให้ GBP/USD ปรับลงแรง ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารอบนี้อาจกดให้คู่เงินอ่อนลงต่อเนื่องได้
การวางกลยุทธ์ด้วยออปชัน มุมมองขาลงต่อ GBP/USD
ในมุมนี้ การซื้อออปชันแบบ “พุท” (put option: สิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลดลง) ของ GBP/USD ที่หมดอายุในช่วงเดือนต่อ ๆ ไป เช่น กรกฎาคมหรือสิงหาคม 2026 เป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้อง เพราะเปิดโอกาสทำกำไรหากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง และจำกัดความเสี่ยงสูงสุดไว้ที่ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ที่จ่ายไป นอกจากนี้ อาจพิจารณาขายออปชันแบบ “คอล” (call option: สิทธิในการซื้อ ใช้ทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) ที่ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลกว่าราคาปัจจุบัน (out-of-the-money: ราคายังไม่คุ้มใช้สิทธิ) เพื่อรับรายได้เพิ่ม ภายใต้มุมมองว่าการปรับขึ้นแรงมีโอกาสน้อยลง
ตัวเลข PMI เบื้องต้นที่จะประกาศเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญถัดไป หาก PMI ของสหราชอาณาจักรออกมาอ่อนแอ และสหรัฐฯ แข็งแกร่ง จะหนุนมุมมองขาลง และอาจเร่งให้ราคาปรับลง ตลาดจะจับตาการหลุดระดับ 1.3400 ซึ่งเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยา (psychological support: ระดับกลม ๆ ที่ตลาดให้ความสำคัญ) เพื่อยืนยันแรงขาย