ความคาดหวังเงินเฟ้อของผู้บริโภคออสเตรเลียอยู่ที่ 5.6% ในเดือนพฤษภาคม ลดลงจาก 5.9% ในครั้งก่อน
การปรับลงของความคาดหวังเงินเฟ้อผู้บริโภคออสเตรเลียสู่ 5.6% ถือเป็นพัฒนาการสำคัญ สะท้อนว่าครัวเรือนเริ่มเชื่อว่าแรงกดดันด้านราคาที่รุนแรงที่สุดน่าจะผ่านพ้นไปแล้ว ส่งผลให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA: ธนาคารกลางของออสเตรเลีย) มีความยืดหยุ่นด้านนโยบายมากขึ้น และลดความจำเป็นที่ตลาดมองว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะใกล้
ความคาดหวังที่ชะลอลง และความยืดหยุ่นของนโยบาย
เราพบว่าความคาดหวังเริ่มอ่อนลง แม้ข้อมูลเงินเฟ้อทางการไตรมาส 1 ปี 2026 (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้าและบริการ) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 4.1% อย่างไรก็ดี RBA คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (cash rate: อัตราดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ที่ 4.60% ต่อเนื่อง 4 เดือน ข้อมูลใหม่นี้จึงสนับสนุนท่าที “รอดูสถานการณ์” ของ RBA ขณะเดียวกัน อัตราว่างงานที่ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ 4.2% เดือนล่าสุดยิ่งสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่เริ่มเย็นลง
นี่เป็นการเปลี่ยนจากภาพในปี 2025 อย่างชัดเจน โดยในช่วงนั้นตลาดมักคาดว่า RBA จะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพราะเงินเฟ้อยืดเยื้อกว่าคาด ปัจจุบัน ความคาดหวังของผู้บริโภคที่ลดลงส่งสัญญาณว่า “วงจรคุมเข้มนโยบายการเงิน” (tightening cycle: ช่วงที่ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่องเพื่อกดเงินเฟ้อ) กำลังเริ่มเห็นผล
สำหรับผู้ลงทุนในตลาดอัตราดอกเบี้ย นี่เป็นสัญญาณให้ลดน้ำหนักความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย เราอาจเห็นความต้องการเพิ่มขึ้นในสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 3 ปี (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ซึ่งมักกดให้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับลง (yield: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร) ส่วนการกำหนดราคาในสวอปดัชนีข้ามคืน (overnight index swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน ใช้สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบาย) น่าจะขยับไปในทิศทาง “พักดอกเบี้ยนานขึ้น” และอาจเริ่มสะท้อนโอกาส “ลดดอกเบี้ย” ในช่วงปลายปี
ด้านค่าเงิน ภาพรวมนี้มีแนวโน้มกดดันดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) เมื่อความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยลดลง “ความได้เปรียบด้านผลตอบแทน” ของ AUD จะลดลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เราคาดว่านักลงทุนอาจใช้การซื้อออปชันขาย AUD/USD (put options: สัญญาออปชันที่ให้สิทธิขาย ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรจากการอ่อนค่า) เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรว่าราคาอาจปรับลงไปใกล้ระดับต่ำที่เห็นเมื่อต้นปี