อัตราว่างงานของออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเป็น 4.5% ในเดือนเมษายน จาก 4.3% ในเดือนมีนาคม ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติออสเตรเลีย (ABS) โดยตัวเลขออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.3%
การจ้างงานลดลง 18.6K (หมายถึง 18,600 ตำแหน่ง) ในเดือนเมษายน หลังจากเพิ่มขึ้น 23.3K ในเดือนมีนาคม (ปรับทบทวนจาก 17.9K) ขณะที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 17.5K
Labour Market Details
อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน (participation rate: สัดส่วนคนวัยทำงานที่ทำงานหรือหางาน) ลดลงมาอยู่ที่ 66.7% จาก 66.8% การจ้างงานเต็มเวลา (full-time: งานประจำชั่วโมงทำงานเต็มเกณฑ์) ลดลง 10.7K หลังจากเพิ่มขึ้น 63.4K (ปรับทบทวนจาก 52.5K) ส่วนการจ้างงานพาร์ตไทม์ (part-time: งานชั่วโมงทำงานไม่เต็มเกณฑ์) ลดลง 7.9K หลังจากลดลง 40K (ปรับทบทวนจาก -34.6K)
ABS ระบุว่าเมื่อเทียบกับรูปแบบตามปกติของเดือนเมษายน มีคนยังคงว่างงานมากกว่าปกติ นอกจากนี้ ABS รายงานว่าการจ้างงานของผู้หญิงลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 โดยงานเต็มเวลาลดลง 19,000 คน และงานพาร์ตไทม์ลดลง 13,000 คน
หลังการเผยแพร่ข้อมูล AUD/USD ลดลง 0.27% ในวันเดียวกัน มาอยู่ที่ 0.7131 โดยข้อมูลตลาดแรงงานสามารถกระทบค่าเงินผ่านการใช้จ่าย การเติบโต ค่าจ้าง เงินเฟ้อ และการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลาง
การกระโดดขึ้นของอัตราว่างงานออสเตรเลียสู่ 4.5% ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวเร็วกว่าที่คาด เพราะการจ้างงานกลับลดลงทั้งที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดต้องประเมินภาพเศรษฐกิจใหม่ ข้อมูลนี้ชี้ว่าตลาดแรงงานที่ตึงตัว (tight labor market: แรงงานตึงตัว หมายถึงหาคนทำงานยาก อัตราว่างงานต่ำ) ที่พูดถึงมาหลายเดือนอาจไม่เป็นจริงแล้ว
รายงานการจ้างงานที่อ่อนแอครั้งนี้สวนทางกับท่าที “เข้มงวด” ของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ก่อนหน้า (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ ยอมขึ้นดอกเบี้ย) ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อรายไตรมาส (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ล่าสุดของเดือนเมษายนยังสูงที่ 3.8% ทำให้ RBA อยู่ในสถานการณ์ตัดสินใจยาก และลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ