ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) แอนดรูว์ เบลีย์ บอกต่อคณะกรรมาธิการการคลัง (Treasury Committee) เมื่อวันพุธว่า ภาวะการเงินในตลาด (financial market conditions) ที่ตึงตัวขึ้น—เช่น อัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ต้นทุนกู้ยืมแพงขึ้น และเงื่อนไขสินเชื่อเข้มขึ้น—กำลังช่วยให้ธนาคารมีเวลาในการประเมินว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (interest rates) หรือคงไว้
เขาระบุว่า แนวโน้มการเติบโต (growth outlook) และตลาดแรงงาน (labour market) กำลังอ่อนแรงลง พร้อมเสริมว่าเขาไม่คิดว่า “ความคาดหวังเงินเฟ้อหลุดกรอบ” (inflation expectations are de-anchored: ประชาชนและธุรกิจเริ่มเชื่อว่าเงินเฟ้อจะสูงต่อเนื่องจนคุมไม่ได้)
สัญญาณจากการเติบโตค่าจ้างและเงินเฟ้อ
เบลีย์รายงานว่า การตกลงปรับขึ้นค่าจ้างในภาคเอกชน (private sector wage settlements: การเจรจาขึ้นค่าจ้างระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง) ยังลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เขากล่าวว่า ข้อมูลเงินเฟ้อราคาอาหาร (food price inflation) ของวันดังกล่าวออกมาต่ำกว่าที่กังวลไว้
เขาเสริมว่า ข้อมูลปริมาณเงิน (money supply: ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ) ยังไม่ส่งสัญญาณแรงกดดันเงินเฟ้อ พร้อมเชื่อมโยงความเห็นนี้กับผลของภาวะการเงินที่ตึงตัวต่อ “จังหวะ” การตัดสินใจนโยบาย
สัญญาณเหล่านี้สะท้อนว่าแบงก์ชาติอังกฤษอาจ “พัก” การขึ้นดอกเบี้ย (pausing rate hikes) เพราะตลาดการเงินได้ทำให้เงื่อนไขการเงินตึงตัวไปก่อนแล้ว ภาพการเติบโตเริ่มอ่อนลง โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (Office for National Statistics: ONS) ระบุว่า GDP สหราชอาณาจักรไตรมาส 1 ปี 2026 โตเพียง 0.1% ซึ่งต่างจากการฟื้นตัวที่ดีกว่าในช่วงครึ่งหลังปี 2025