ข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA: หน่วยงานรัฐที่รายงานสถิติพลังงาน) สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 พ.ค. ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบ (ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง) เปลี่ยนแปลงที่ -7.864 ล้านบาร์เรล (ลดลง)
ตัวเลขคาดการณ์อยู่ที่ -2.9 ล้านบาร์เรล หมายความว่า สต็อกลดลงจริงมากกว่าที่ตลาดคาด 4.964 ล้านบาร์เรล
สต็อกลดลง สะท้อนตลาดตึงตัว
รายงาน EIA ล่าสุดชี้ว่าสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่า 7.8 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่ตลาดคาดมาก ซึ่งเป็นสัญญาณหนุนราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น (bullish: แนวโน้มบวกต่อราคา) และสะท้อนว่า “อุปสงค์” (ความต้องการใช้) เร่งแซง “อุปทาน” (ปริมาณเสนอขาย) ในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูกาลใช้พลังงานสูง
อัตราการใช้กำลังการกลั่น (refinery utilization rate: สัดส่วนการเดินเครื่องโรงกลั่นเมื่อเทียบกับกำลังผลิตทั้งหมด) ปรับขึ้นเหนือ 94% ซึ่งถือว่าสูง สอดคล้องกับการเพิ่มการผลิตน้ำมันเบนซิน และสอดรับกับการคาดการณ์ของ AAA (สมาคมรถยนต์อเมริกัน) ที่ประเมินว่าการเดินทางช่วงวันหยุด Memorial Day จะสูงมาก ปัจจัยเหล่านี้ชี้ว่า ความต้องการน้ำมันดิบในประเทศยังแข็งแรงต่อเนื่อง
ฝั่งอุปทาน OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน) ส่งสัญญาณคงโควตาการผลิต (production quotas: เพดาน/กรอบการผลิตที่ตกลงร่วมกัน) ไปจนถึงไตรมาสถัดไป ทำให้ตลาดยังตึงตัว และลดโอกาสที่ปริมาณน้ำมันจะเพิ่มเข้าตลาดในระยะใกล้