ราคาผู้บริโภคแบบ “ปรับให้เทียบกันได้” ของยูโรโซน (HICP: ดัชนีเงินเฟ้อมาตรฐานที่ทำให้ประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรปเปรียบเทียบกันได้) เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน ตรงกับคาดการณ์ที่ 1%
เมื่อเงินเฟ้อเดือนเมษายนออกมาตามคาดที่ 1% รายเดือน จึงแทบไม่มีเหตุให้ตลาด “ช็อก” ในทันที เพราะตลาดได้สะท้อนข้อมูลนี้ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยืนยันว่าแรงกดดันด้านราคายังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2026 และตอกย้ำมุมมองว่าเงินเฟ้อไม่ได้ชะลอลงเร็วอย่างที่ผู้กำหนดนโยบายหวังไว้
นัยต่อแนวทางนโยบายการเงิน
เงินเฟ้อที่ทรงตัวระดับนี้เพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางยุโรป (ECB) ให้คงท่าทีเข้มงวดต่อไป เราประเมินว่าโอกาส “เกือบแน่นอน” ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 25 จุดพื้นฐาน (basis point: หน่วยเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย 0.01% ดังนั้น 25 จุดพื้นฐาน = 0.25%) ในการประชุมถัดไปเดือนมิถุนายนสูงมาก ดังนั้นการจัดพอร์ตผ่านตราสารอนุพันธ์ (derivative: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง) ควรเน้นรับประโยชน์จากดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้น เช่น การเปิดสถานะขาย (short: ทำกำไรเมื่อราคาลดลง) สัญญาฟิวเจอร์ส Euribor เดือนธันวาคม 2026 (Euribor futures: ฟิวเจอร์สอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในยูโรโซน)
ECB ที่ “สายเหยี่ยว” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ย/เข้มงวด) มีแนวโน้มหนุนค่าเงินยูโร โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลาง “ผ่อนคลายกว่า” (dovish: เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) ขณะนี้เห็นแรงซื้อเพิ่มขึ้นในออปชันซื้อ EUR/USD (call option: สิทธิในการซื้อที่ราคาใช้สิทธิ) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) แถว 1.15 สำหรับไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการเดิมพันว่ายูโรจะไต่ขึ้นต่อจากระดับ 1.11 ที่ทรงตัวอยู่เมื่อเดือนก่อน
ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นแรงกดดันต่อหุ้นยุโรป ซึ่งเห็นมาแล้วในรอบขึ้นดอกเบี้ยที่ยากลำบากปี 2025 เราคาดว่าดัชนีหุ้นหลักอย่าง EURO STOXX 50 จะยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง การซื้อออปชันขาย (put option: สิทธิในการขายที่ราคาใช้สิทธิ) บนดัชนีนี้ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าอาจเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบจากความผันผวน/ขาดทุน) ต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอที่คาดไว้
แม้ตัวเลขที่ออกมาตามคาดจะไม่ทำให้ความผันผวนพุ่งทันที แต่ความตึงเครียดจะสะสมก่อนการตัดสินใจครั้งถัดไปของ ECB ดัชนีชี้วัดความผันผวนหลักของยุโรป VSTOXX (ดัชนีความผันผวน: วัดความคาดหวังความผันผวนของตลาดจากราคาออปชัน) ปัจจุบันอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 18.5 เรามองว่าเป็นจังหวะเข้าซื้อออปชันซื้ออายุยาว (longer-dated call options: ออปชันที่วันหมดอายุนานกว่า) ด้วยต้นทุนที่ยังไม่สูง เพื่อกันความเสี่ยงความผันผวนในอนาคต