ฟิวเจอร์สดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones futures) ลดลง 0.08% มาใกล้ระดับ 49,420 ก่อนตลาดสหรัฐฯ เปิดทำการในวันพุธ หลังการซื้อขายในยุโรปผันผวน ขณะที่ฟิวเจอร์ส S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.16% มาใกล้ 7,390 และฟิวเจอร์ส Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.51% มุ่งสู่ 29,100
ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผสม หลังแรงขายหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off คือการขายสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น แล้วไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยกว่า) ในช่วงข้ามคืน วันอังคาร ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 0.65% ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ส่วน S&P 500 ลดลง 0.67% และ Nasdaq 100 ร่วง 0.84% โดยทั้งสองดัชนีปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ
ตลาดยังระมัดระวัง หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยิ่งเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น โดยเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่คำนวณ “ความน่าจะเป็น” การปรับดอกเบี้ยจากราคาฟิวเจอร์สดอกเบี้ย) ชี้ว่า มีโอกาส 40.1% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (25 basis points หรือ 25 จุดพื้นฐาน เท่ากับ 0.25%) ภายในสิ้นปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields คือผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) อ่อนตัวลงหลังทำระดับสูงสุดช่วงล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.170% หลังแตะเกือบจุดสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปีที่ 5.200% ส่วนพันธบัตรอายุ 10 ปีถอยจาก 4.687% และอายุ 2 ปีถอยจาก 4.139% หลังทำจุดสูงสุดเมื่อวันอังคาร
ตลาดจับตาผลประกอบการของ Nvidia รวมถึงงบของ The TJX Companies, Analog Devices, Lowe’s, Target และ Intuit
การบริหารความเสี่ยงด้วยออปชัน
ความตึงเครียดกับอิหร่านและแรงกดดันจากราคาพลังงาน ทำให้ความไม่แน่นอนของตลาดเพิ่มขึ้น ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ นักลงทุนมักเลือก “ซื้อความผันผวน” (volatility คือระดับการแกว่งของราคา) ผ่านเครื่องมืออย่าง VIX call options (คอลออปชันบน VIX ซึ่ง VIX คือดัชนีสะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ) หรือ long straddles บน S&P 500 (กลยุทธ์ซื้อออปชัน “คอล” และ “พุท” ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) ในอดีต ดัชนี VIX เคยพุ่งมากกว่า 85% ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของสงครามรัสเซีย–ยูเครนปี 2022 สะท้อนว่าราคาอนุพันธ์ (derivatives คือสัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) สามารถขยายตัวได้เร็วเมื่อมีความเสี่ยงทางทหาร
ความกังวลต่อทิศทางนโยบายเฟดและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นเป็นประเด็นสำคัญ โดยอายุ 30 ปีขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดรอบเกือบ 19 ปี กลยุทธ์หนึ่งคือการซื้อพุทออปชัน (put options คือสิทธิในการขาย เพื่อทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงเมื่อราคาลง) บนกองทุน ETF พันธบัตรอายุยาว (long-duration bond ETFs คือกองทุนที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยมาก) เช่น TLT (ETF ที่ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุยาว) เพื่อรับมือความเสี่ยง “ดอกเบี้ยขึ้น–ราคาพันธบัตรลง” ในช่วงวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ยปี 2022–2023 TLT เคยร่วงมากกว่า 40% สะท้อนว่าการมองลบต่อพันธบัตรในช่วงยีลด์ขาขึ้นสามารถทำผลตอบแทนได้
การจับตางบ Nvidia สะท้อนโอกาสจากกลยุทธ์ตาม “เหตุการณ์” (event-driven คือเทรดโดยอาศัยเหตุการณ์สำคัญ เช่น ประกาศงบ) โดยหุ้น NVDA ในอดีตมีการเคลื่อนไหวหลังประกาศงบเฉลี่ยมากกว่า 12% ในช่วงสองปีก่อนหน้า ทำให้สามารถพิจารณาใช้ options strangles (กลยุทธ์ซื้อคอลและพุทคนละราคาใช้สิทธิ เพื่อหวังได้กำไรจากการแกว่งแรง) เพื่อเก็บโอกาสจากการแกว่งตัวครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยทำกำไรจากความผันผวนที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องเดาว่าผลประกอบการจะออกมาดีหรือแย่