ยูโรทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์แถว 1.1600 ในวันพุธ หลังร่วงจากโซน 1.1660 เมื่อวันอังคาร ขณะที่ราคาน้ำมันยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ จากความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านที่หนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและกดดันยูโร
โดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐอาจโจมตีอิหร่านในอีก 2–3 วัน หากเตหะรานไม่ลงนามข้อตกลงสันติภาพ และเจดี แวนซ์กล่าวว่าสหรัฐ “พร้อมเต็มที่” ที่จะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหาร ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่าจะมี “ความประหลาดใจอีกมาก” หากสหรัฐกลับมาเปิดฉากการสู้รบ
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซใกล้เข้าสู่เดือนที่สาม ทำให้อุปทานน้ำมัน ก๊าซ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ของโลกหดตัว เบรนท์ (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงตลาดโลก) อยู่ใกล้ 108.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจยูโรโซนที่ต้องนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก
ดัชนีราคาผู้ผลิตของเยอรมนี (Producer Prices Index: ราคาสินค้าที่โรงงานขายออก) เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน จาก -0.2% ในเดือนมีนาคม ส่วน HICP ของยูโรโซน (Harmonised Index of Consumer Prices: ดัชนีเงินเฟ้อมาตรฐานของสหภาพยุโรป) คาดอยู่ที่ 3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน จาก 2.6% ในเดือนมีนาคม
ตลาดยังรอรายงานการประชุมเฟดเดือนเมษายน (minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุม) โดยเฟดคงดอกเบี้ยไว้ มีกรรมการ 1 คนสนับสนุนการลดดอกเบี้ย และอีก 3 คนต้องการตัดถ้อยคำ “มีแนวโน้มผ่อนคลาย” (easing bias: สื่อว่าพร้อมลดดอกเบี้ยในอนาคต) ออกจากถ้อยแถลง
EUR/USD ลดลงราว 1.6% ในช่วงกว่าหนึ่งสัปดาห์ โดย RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดโมเมนตัม/ภาวะซื้อมาก-ขายมาก) อยู่แถว 27 และ MACD (Moving Average Convergence Divergence: ตัวชี้แนวโน้มจากเส้นค่าเฉลี่ย) ใกล้ศูนย์ แนวต้านอยู่แถว 1.1610 และ 1.1650–1.1670 ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1.1590 และถัดไป 1.1510–1.1525