ตลาดเริ่มถอยห่างจากมุมมองที่ว่าเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะอยู่ไม่นาน ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวของสหรัฐ (มองไกลเกิน 1 ปี) ปรับขึ้นช้า ๆ แต่ชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน
ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากการที่ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐสูงขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มักถูกมองว่าจะขยับเร็วและเข้มกว่าเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
Fed Response And Dollar Support
ช่วงช็อกราคาพลังงานปี 2022 เฟดปรับขึ้น “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางต้นทุนเงิน) ตั้งแต่เดือนมีนาคม ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) รอถึงเดือนกรกฎาคม การขยับก่อนนี้มักถูกยกเป็นเหตุผลว่าดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าเมื่อความกังวลเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
รายงานระบุว่า “ผลตอบแทนค่าเงิน” (exchange rate returns: กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน) ขึ้นกับ “ดอกเบี้ยที่แท้จริง” (real interest rate: ดอกเบี้ยหลังหักเงินเฟ้อ) ไม่ใช่ “ดอกเบี้ยตามตัวเลข” เพียงอย่างเดียว (nominal rate: ดอกเบี้ยที่ประกาศยังไม่หักเงินเฟ้อ) หรือความเร็วในการขึ้นดอกเบี้ยเท่านั้น และเสริมว่าเงินเฟ้อสหรัฐที่สูงขึ้นอาจทำให้ผลตอบแทนจริงลดลง แม้ดอกเบี้ยตามตัวเลขจะเพิ่มขึ้น
รายงานยังชี้ถึงความเสี่ยงที่เฟดอาจเปลี่ยนท่าทีเป็น “ผ่อนคลายมากขึ้น” (dovish: ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าการคุมเงินเฟ้อ) ทำให้แนวโน้มที่ดอลลาร์จะแข็งค่ามากและยืดเยื้อยังไม่แน่นอน
เรากำลังเห็นตลาดลดความหวังว่าความขัดแย้งตะวันออกกลางเป็นเพียงแรงกระแทกเงินเฟ้อระยะสั้น ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวของสหรัฐ เช่น “อัตราคาดการณ์ล่วงหน้า 5 ปี ในอีก 5 ปีข้างหน้า” (5-year, 5-year forward rate: ตัวชี้วัดว่าตลาดคาดเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 5 ปี ซึ่งเริ่มนับจากอีก 5 ปีข้างหน้า) ขยับขึ้นมาแถว 2.7% ถือว่าเพิ่มขึ้นชัดเจนตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มเตรียมรับแรงกดดันด้านราคาที่ลดลงยาก
Options And Volatility Positioning
ความทรงจำช่วงวิกฤตราคาพลังงานปี 2022 ยังชัดเจน เมื่อเฟดเริ่ม “ขึ้นดอกเบี้ย” (hiking rates: ปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นต่อเนื่อง) ก่อน ECB ถึง 4 เดือน ประวัตินี้ทำให้เฟดถูกมองว่าจัดการเงินเฟ้อเร็ว ซึ่งโดยทั่วไปช่วยหนุนดอลลาร์ จึงมีนักลงทุนจำนวนมากเดิมพันว่าเหตุการณ์อาจซ้ำรอย ส่งผลให้ความคาดหวังดอกเบี้ยสหรัฐสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี ไม่ควรโฟกัสแค่ว่าเฟดจะขยับเร็วแค่ไหน เพราะตัวเลข “เงินเฟ้อ CPI” (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดราคาสินค้าและบริการของผู้บริโภค) สหรัฐเดือนเมษายนออกมาสูงที่ 3.8% จึงมีโอกาสที่เงินเฟ้อจะวิ่งนำหน้าการขึ้นดอกเบี้ย ความคุ้มค่าของการถือสกุลเงินขึ้นกับดอกเบี้ยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขดอกเบี้ยที่ประกาศ
ภายใต้ความไม่แน่นอนนี้ ควรพิจารณาซื้อ “ออปชันซื้อ” ระยะยาว (long-dated call options: สัญญาสิทธิซื้อในอนาคตที่มีอายุยาว) ในคู่เงินอย่าง EUR/USD กลยุทธ์นี้เปิดโอกาสได้กำไรหากแรงหนุนดอลลาร์อ่อนลง ขณะเดียวกันจำกัดความเสี่ยงขาลงไว้ที่ “ค่าเบี้ยประกัน” (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) เป็นวิธีจัดพอร์ตที่เหมาะสมสำหรับกรณีที่เงินเฟ้อสหรัฐดื้อด้านมากกว่าแนวโน้มดอกเบี้ยที่เฟดส่งสัญญาณ
ควรติดตาม “ความผันผวนของค่าเงิน” (currency volatility: ระดับการแกว่งขึ้นลงของราคา) ด้วย เพราะยังอยู่ค่อนข้างต่ำแม้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ของคู่เงินดอลลาร์หลัก ๆ อาจประเมินความเสี่ยงการแกว่งแรงรอบการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อและการประชุมเฟดต่ำเกินไป การซื้อความผันผวนผ่านออปชันอาจเป็นโอกาสทำกำไรในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า