WTI ซื้อขายใกล้ 103.20 ดอลลาร์ในวันอังคาร เพิ่มขึ้น 1.16% ในวันเดียว และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ราคาได้รับแรงพยุงจาก “ส่วนเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premium)” หมายถึงราคาที่ตลาดบวกเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่อาจทำให้อุปทานสะดุด แม้ความตึงเครียดตะวันออกกลางจะผ่อนคลายลงชั่วคราว
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า เขาสั่ง “พัก” แผนโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน รายงานข่าวระบุว่าการพักดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้นำกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เรียกร้องให้ลดระดับความขัดแย้ง
ส่วนเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ทรัมป์กล่าวว่ามีการเจรจากับเตหะราน (รัฐบาลอิหร่าน) ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังพร้อมปฏิบัติการขนาดใหญ่หากการเจรจาล้มเหลว ความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานเป็นปัจจัยหนุนราคาช่วงหลายวันที่ผ่านมา
ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดจับตา เพราะเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก (คอขวดสำคัญของการส่งออก) โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและมาตรการคว่ำบาตรยังเป็นอุปสรรคต่อข้อตกลงระยะยาว
อินเดียปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล 87 และ 91 ไพซาต่อลิตร เพื่อชดเชยผลขาดทุนจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบโลกที่สูงขึ้น อินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก
WTI ย่อมาจาก West Texas Intermediate คือ “น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ” ที่ซื้อขายอ้างอิงจุดส่งมอบที่คุชชิง (Cushing) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเก็บและกระจายท่อส่งในสหรัฐฯ มักเรียกว่า “เบา (light)” คือมีความหนาแน่นต่ำ กลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปได้ง่าย และ “กำมะถันต่ำ (sweet)” คือมีซัลเฟอร์ต่ำ ทำให้การกลั่นสะอาดและต้นทุนต่ำกว่า ราคาถูกกำหนดโดยอุปสงค์-อุปทาน เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ การตัดสินใจของ OPEC (กลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และรายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จาก API และ EIA (หน่วยงานสหรัฐฯ ที่รายงานข้อมูลพลังงาน)