ราคาน้ำมันยังผันผวนหนัก โดยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและการสะดุดของอุปทานในอ่าวเปอร์เซียทำให้ตลาดแกว่งในกรอบกว้าง ราคาเคลื่อนไหวแรงหลังถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวขึ้นของประธานาธิบดีทรัมป์ ก่อนจะมีรายงานเรื่องการ “ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวของสหรัฐ” ต่อการส่งออกน้ำมันอิหร่าน จนกว่าสหรัฐ-อิหร่านจะบรรลุข้อตกลง (มาตรการคว่ำบาตร คือ การลงโทษทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันประเทศเป้าหมาย)
สหรัฐยังขยาย “การยกเว้นชั่วคราว” (waiver คือ การอนุญาตให้ทำสิ่งที่ปกติถูกห้ามตามกฎ/มาตรการ) ที่หมดอายุช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อให้สามารถขายน้ำมันรัสเซียที่ลอยค้างอยู่กลางทะเลได้ต่ออีก 30 วัน การยกเว้นนี้อนุญาตให้ขายได้ถึงวันที่ 17 มิ.ย. และมีเป้าหมายลดความปั่นป่วนของตลาดน้ำมันท่ามกลางการสูญเสียอุปทานในอ่าวเปอร์เซีย
ข้อมูลจีนชี้อุปสงค์อ่อนลง
ข้อมูลจากจีนสะท้อนกิจกรรมการกลั่นน้ำมันดิบและตัวชี้วัดอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับการลดลงของสต็อก (inventory drawdown คือ การดึงน้ำมันจากคลังมาใช้มากกว่าการเติมเข้า) โรงกลั่นในเดือนเม.ย. กลั่นน้ำมันดิบ 13.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ ส.ค. 2024
ตลาดน้ำมันยังถูกดึงไปมาระหว่างแรงหนุนกับแรงกด โดยเบรนท์ (Brent crude คือ น้ำมันดิบอ้างอิงหลักของตลาดโลก) เคลื่อนไหวแถว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ช่วยพยุงราคา แต่สัญญาณอุปสงค์อ่อนทำให้การขึ้นต่อถูกจำกัด ดัชนีความผันผวนของออปชันน้ำมันดิบ CBOE OVX (OVX คือ ดัชนีที่สะท้อน “ความผันผวนที่ตลาดคาด” จากราคาออปชัน หรือ implied volatility) ขยับขึ้นมาแถว 35 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์
ความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะอิหร่าน ยังเป็นตัวเร่งให้ราคาแกว่ง รายงานการซ้อมรบทางเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz คือ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ทำให้ตลาดบวก “ส่วนชดเชยความเสี่ยง” (risk premium คือ ราคาที่สูงขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงเหตุการณ์รบกวนอุปทาน) ตลาดจึงไวต่อข่าวมากขึ้น อีกทั้งการประชุม OPEC+ ในเดือนมิ.ย. เพิ่มความไม่แน่นอนฝั่งอุปทาน (OPEC+ คือ กลุ่มโอเปกและพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันที่ประสานนโยบายการผลิต)
ด้านอุปสงค์ยังไม่ชัดพอให้ราคาขึ้นต่อเนื่อง แม้การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนเดือนเม.ย. 2026 ฟื้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 11.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกัน รายงานของ EIA สหรัฐ (EIA คือ หน่วยงานข้อมูลพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ) ระบุสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปทานยังมากกว่าการใช้จริงในระยะสั้น
กลยุทธ์ออปชันสำหรับช่วงผันผวนสูง
ในภาวะที่ “ความผันผวนโดยนัย” สูง (implied volatility คือ ความผันผวนที่ตลาดประเมินจากราคาออปชัน) ผู้ลงทุนควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรง มากกว่าการเดาทิศทางชัดเจน เช่น Long straddle หรือ long strangle (Straddle คือ ซื้อออปชัน Call และ Put ราคาใช้สิทธิเดียวกัน/วันหมดอายุเดียวกัน; Strangle คือ ซื้อ Call และ Put คนละราคาใช้สิทธิ) เพื่อรับโอกาสการหลุดกรอบแรงจากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์หรือข้อมูลเศรษฐกิจที่เหนือคาด การใช้ออปชันช่วย “กำหนดความเสี่ยง” เพราะขาดทุนสูงสุดมักจำกัดอยู่ที่ค่าเบี้ย (premium คือ เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ขณะที่การซื้อขายฟิวเจอร์สตรงๆ (futures คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เสี่ยงมากในตลาดที่เหวี่ยงกลับเร็ว
ช่วงปี 2025 ตลาดเคยตอบสนองรุนแรงต่อข่าวคว่ำบาตรและการยกเว้นที่ขัดแย้งกัน ซึ่งสะท้อนว่าอารมณ์ตลาดกลับทิศได้เร็ว และผู้ที่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงอาจเสียหายหนัก การขยายการยกเว้นน้ำมันรัสเซียครั้งนี้ก็ย้ำว่า การตัดสินใจเชิงนโยบายอาจเพิ่มอุปทานเข้าตลาดแบบไม่คาดคิด และลดแรงซื้อฝั่งคาดการณ์ขาขึ้น