This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ราคาทองคำร่วงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่ปลายมีนาคม หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งและดอลลาร์แข็งค่ากดดัน แม้ตึงเครียดอิหร่านเพิ่มขึ้น

by VT Markets
/
May 19, 2026

ราคาทองคำปรับลดลงในวันอังคาร แถว 4,482 ดอลลาร์ หลังทำจุดต่ำระหว่างวัน 4,464 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนสุดนับตั้งแต่ 30 มีนาคม โดยราคาลดลงเกือบ 15% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แม้ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าได้ “ชะลอ” แผนโจมตีอิหร่านแบบเร่งด่วน หลังผู้นำประเทศอ่าวอาหรับขอให้เดินหน้าเจรจาต่อ เขายังกล่าวว่า กองทัพสหรัฐควรพร้อมสำหรับ “การโจมตีเต็มรูปแบบขนาดใหญ่” หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ยอมรับได้

Market Focus Shifts To Rates And Oil

ตลาดหันมาให้น้ำหนักกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความเสี่ยงเงินเฟ้อจากความปั่นป่วนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก หากขนส่งติดขัดอาจดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อขึ้น) เครื่องมือ CME FedWatch (ตัวชี้วัดจากตลาดสัญญาล่วงหน้า ที่สะท้อนโอกาสการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด) บ่งชี้ว่า มีโอกาสเกือบ 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง ขนาด 25 เบซิสพอยต์ (basis point: หน่วยวัดอัตราดอกเบี้ย 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) ภายในสิ้นปี เพิ่มขึ้นจาก 35% เมื่อสัปดาห์ก่อน

แรงขายพันธบัตรทำให้อัตราผลตอบแทน (yield: ผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตร) ปรับขึ้น โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ใกล้ 4.60% ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 1 ปี ยีลด์ที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนของการถือครองทองคำซึ่ง “ไม่มีดอกผล” (non-yielding: สินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยหรือคูปอง) ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: ค่าดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) อยู่แถว 99.33 ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน

เชิงเทคนิค ทองคำซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะสั้น โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน หรือ 200-day SMA (Simple Moving Average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังแบบถ่วงเท่า ๆ กัน) อยู่ที่ 4,358 ดอลลาร์ ด้าน RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้แรงซื้อแรงขาย) ใกล้ 40 และ ADX (Average Directional Index: ตัวชี้ความแข็งแรงของแนวโน้ม) ใกล้ 19 แนวต้านอยู่แถว 4,705, 4,793 และ 4,850 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่แถว 4,500 และ 4,358 ดอลลาร์

ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือทองคำ 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022 เหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานการประชุมเฟด (Fed minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุมกำหนดดอกเบี้ย) ในวันพุธ, ข้อมูล PMI เดือนพฤษภาคม (PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้วัดแนวโน้มเศรษฐกิจภาคธุรกิจ) ในวันพฤหัสบดี และผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในวันศุกร์

Trade Setups And Key Levels

แรงกดดันทองคำจากดอลลาร์แข็งและยีลด์พันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น สะท้อนมุมมองระยะใกล้ที่ควรระวังและเอนเอียงทางลง หากยีลด์ 10 ปีทรงตัวใกล้ 4.60% “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (opportunity cost: ผลตอบแทนที่พลาดไปจากการเลือกถือสินทรัพย์หนึ่งแทนอีกสินทรัพย์) ในการถือทองคำจะสูงขึ้น และอาจกดราคาให้กลับไปทดสอบระดับต่ำช่วงปลายมีนาคม ผู้ที่เทรดอนุพันธ์ (derivative: สัญญาที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) อาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หากราคาปรับลงต่อหรือแกว่งออกข้าง เช่น ซื้อพุตออปชัน (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาในสัญญา) หรือทำสเปรดแบบหมี (bear put spread: ซื้อพุตที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายพุตอีกตัว เพื่อลดต้นทุนและคุมความเสี่ยง)

ระดับที่ติดตามใกล้ชิดคือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันแถว 4,358 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับหลัก หากหลุดลงไปอาจเป็นสัญญาณขาลงชัดเจน แต่หากราคายังยืนเหนือได้ แนวโน้มใหญ่ยังไม่เสียรูปแบบทางเทคนิค ผู้ที่เปิดสถานะขาย (short: ทำกำไรเมื่อราคาลง) ควรกำหนดเป้าทำกำไรให้อยู่ “เหนือ” ระดับสำคัญนี้

ความอ่อนแรงระยะสั้นเกิดขึ้นท่ามกลางอุปสงค์จากสถาบันที่ยังแข็งแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการซื้อทองคำของธนาคารกลางในปี 2023 และ 2024 ที่ช่วยพยุงฐานระยะยาวของราคา แรงหนุนนี้ชี้ว่า หากเกิดการขายหนัก อาจมีแรงซื้อกลับจำนวนมากรองรับอยู่

ความกังวลว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเพราะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน คล้ายวัฏจักรที่เคยเกิดในปี 2023 ซึ่งช่วงแรกการขึ้นดอกเบี้ยกดดันทองคำ ก่อนตลาดกลับไปให้น้ำหนักกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความยั่งยืนของหนี้ (debt sustainability: ความสามารถในการคงระดับหนี้โดยไม่เกิดปัญหาการคลัง) รูปแบบในอดีตชี้ว่า ท่าทีเข้มงวดของเฟด (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) อาจเป็นแรงกดดันชั่วคราวต่อทองคำแท่ง (bullion: ทองคำแท่งเพื่อการลงทุน)

การเจรจาสหรัฐ–อิหร่านยังเป็นปัจจัยไม่แน่นอน ทำให้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) เป็นตัวแปรสำคัญของกลยุทธ์ออปชัน แม้ตลาดกำลังโฟกัสเงินเฟ้อ แต่หากการเจรจาล้มเหลว อาจเกิดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (flight to safety: เงินไหลเข้าทรัพย์สินเสี่ยงต่ำ) หนุนราคาทองคำได้เร็ว ทำให้การขายคอลออปชันแบบไม่มีหลักประกัน (uncovered call: ขายคอลโดยไม่มีสินทรัพย์รองรับ เสี่ยงขาดทุนมากหากราคาพุ่ง) มีความเสี่ยงสูง เพราะข่าวฉับพลันอาจทำให้ราคากระโดดแรง

ท่ามกลางสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ผู้เทรดอาจพิจารณาใช้ออปชันเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมเพื่อรับมือช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า มุมมองขาลงที่คาดว่าจะลงไปใกล้ 4,400 ดอลลาร์ยังเป็นไปได้ แต่ควรมีแผนออกจากสถานะชัดเจน หากราคากลับขึ้นไปยืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันแถว 4,705 ดอลลาร์ จะทำให้มุมมองขาลงระยะใกล้ “ใช้ไม่ได้” (invalidate: เงื่อนไขไม่เป็นจริง)

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code