TD Securities ตีความรายงานการประชุม (Minutes: เอกสารสรุปการหารือและเหตุผลของคณะกรรมการนโยบายการเงิน) เดือนพฤษภาคมของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ว่าชี้ไปที่การ “หยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว” ในระยะใกล้ โดยตลาดให้น้ำหนักโอกาสต่ำที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นในเดือนมิถุนายน สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าแบบ Overnight Index Swaps (OIS: สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน ใช้สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยของตลาด) ประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนมิถุนายนไว้ที่ 20%
รายงานการประชุมระบุว่า คณะกรรมการมองว่าสภาวะการเงิน “ค่อนข้างตึงตัว” หลังการขึ้นดอกเบี้ย 25 เบซิสพอยต์ (basis point: หน่วย 0.01% ดังนั้น 25 เบซิสพอยต์ = 0.25%) ในเดือนพฤษภาคม อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (cash rate: อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นหลักที่ RBA ใช้กำหนดทิศทางนโยบาย) ถูกอธิบายว่าอาจอยู่ใกล้ หรือสูงกว่า “อัตราดอกเบี้ยเป็นกลางในรูปตัวเงิน” (nominal neutral rate: ระดับดอกเบี้ยที่ไม่กระตุ้นและไม่ฉุดเศรษฐกิจ เมื่อคิดรวมเงินเฟ้อ) ที่ RBA ประเมินไว้
โฟกัสที่ “คาดการณ์เงินเฟ้อ”
คณะกรรมการระบุว่า “คาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้น” สูงขึ้น โดยเชื่อมโยงกับต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น และข้อมูลจากโครงการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ (liaison programme: ช่องทางที่ธนาคารกลางพูดคุยเก็บข้อมูลจากธุรกิจโดยตรงเพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจ) นอกจากนี้ยังบันทึกว่า สัดส่วนของบริษัทที่ขายสินค้า/บริการให้ผู้บริโภคโดยตรง (consumer-facing firms: ธุรกิจที่ราคาสะท้อนถึงผู้บริโภคปลายทาง) ที่คาดว่าจะขึ้นราคามากกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 1 ปีข้างหน้าเพิ่มขึ้น
TD Securities คาดว่า RBA อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนสิงหาคม โดยดูจากข้อมูลเงินเฟ้อ CPI ที่กำลังจะออก (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ซึ่งอาจสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่กระจายกว้างขึ้น พร้อมระบุว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราว (fuel excise duty: ภาษีที่เรียกเก็บจากเชื้อเพลิง) คาดว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อ CPI แบบรายปีในเดือนเมษายนลดลง 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ในรายงานรายเดือนฉบับถัดไป
ทำไม “สิงหาคม” อาจสำคัญ
อย่างไรก็ดี ประเด็นหลักที่คณะกรรมการกังวล คือการปรับขึ้นของคาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้น โดยมองว่าต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเริ่มส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาในวงกว้างเพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจ ความเสี่ยงเงินเฟ้อพื้นฐาน (underlying inflation: เงินเฟ้อที่ตัดปัจจัยผันผวนออก เพื่อดูแนวโน้มจริง) จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามหลังการประชุมเดือนมิถุนายน
ความกังวลนี้สอดคล้องกับผลสำรวจภาคธุรกิจที่ติดตามอยู่ เช่น แบบสำรวจธุรกิจของ NAB เดือนเมษายน 2025 (NAB Business Survey: การสำรวจความเชื่อมั่น/ต้นทุน/การตั้งราคาของธุรกิจ) ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจัดซื้อยังอยู่ในระดับสูง และการปรับราคายังสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนช่วงโควิดอย่างมาก สะท้อนว่าบริษัทต่าง ๆ ยังเผชิญแรงกดดันต้นทุนปัจจัยการผลิต (input costs: ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ขนส่ง ฯลฯ) ซึ่งมีแนวโน้มถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคในช่วงถัดไป
ด้วยภาพรวมดังกล่าว คาดว่าการประชุมเดือนสิงหาคมจะเป็นจุดโฟกัสสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อผลชั่วคราวจากการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเริ่มจางไปจากข้อมูล CPI ตลาดอนุพันธ์ (derivative markets: ตลาดตราสารที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์/อัตราดอกเบี้ย) อาจ “ประเมินต่ำ” ต่อความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายไตรมาส 3
สร้างบัญชี VT Markets แบบไลฟ์ และ เริ่มเทรด ตอนนี้