เงินเยนญี่ปุ่นยังอ่อนค่า แม้ในวันที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง สะท้อนว่า “อคติของตลาด” คือทดสอบว่าทางการจะยอมให้ USD/JPY ขยับไปได้ไกลแค่ไหน โดยตลาดจับตาระดับ 160.0 เป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น
หากไม่มีการ “แทรกแซงค่าเงิน” (การที่หน่วยงานรัฐเข้าไปซื้อขายสกุลเงินในตลาดเพื่อชะลอ/หยุดความผันผวน) ที่ 160.0 คู่ USD/JPY อาจกลับขึ้นไปทดสอบ 160.60–160.70 ซึ่งเป็นโซนที่สอดคล้องกับระดับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อ 30 เม.ย.
ความอ่อนค่าของเยนและระดับ 160
ตัวชี้วัดความผันผวนบ่งชี้ว่าตลาดเชื่อมั่นลดลงต่อความสามารถของมาตรการแทรกแซงในการควบคุมการแกว่งของราคา โดย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดออปชันสะท้อนผ่านราคา เหมือนความคาดหวังล่วงหน้า) ระยะ 1 เดือน ยังซื้อขายต่ำกว่า “ความผันผวนจริง” (realised volatility: ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงจากการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต)
เงินเยนยังอ่อนค่าต่อเนื่อง ดันเข้าใกล้ระดับ 160.00 เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เราพบว่าแนวโน้มนี้ยังเกิดขึ้นแม้ดอลลาร์อ่อนค่ากับสกุลอื่น สื่อว่าผู้เล่นตลาดจงใจ “ลองเชิง” ว่าญี่ปุ่นยอมรับเยนอ่อนค่าได้มากแค่ไหน ปัจจัยหลักยังเป็น “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate gap: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศที่จูงใจให้เงินไหลไปหาผลตอบแทนสูงกว่า) โดยสหรัฐอยู่ราว 4.50% เทียบกับญี่ปุ่นราว 0.25% จึงกดดันให้เงินไหลออกจากเยนไปหาดอลลาร์
ความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพของการแทรกแซงรอบใหม่ดูแผ่วลง คล้ายช่วงเหตุการณ์ในปี 2024 โดยความผันผวนโดยนัย 1 เดือนของ USD/JPY อยู่แถว 7.5% ซึ่งต่ำกว่าการแกว่งจริงช่วงหลัง สะท้อนว่าตลาดออปชัน (options market: ตลาดซื้อขายสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) ยังไม่ “ตั้งราคา” ความเสี่ยงการกลับตัวแรงแบบฉับพลัน นั่นหมายถึงผู้เล่นกล้าท้าทายทางการมากขึ้น โดยเฉพาะหลัง “คำเตือนด้วยวาจา” ของเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสัปดาห์ก่อน (verbal warnings: การส่งสัญญาณ/ขู่เตือนโดยไม่ลงมือแทรกแซงจริง) ไม่ได้ให้ผลยั่งยืน
การวางสถานะออปชันรอบความเป็นไปได้ในการแทรกแซง
สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ภาพนี้ชี้ว่า การซื้อ “คอลออปชัน” ระยะสั้น (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ USD/JPY ที่ราคาที่กำหนด) ของ USD/JPY โดยตั้ง “ราคาใช้สิทธิ” (strike price: ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสิทธิในสัญญา) สูงกว่า 160.00 อาจได้ประโยชน์จากการไต่ขึ้นต่อ หากทางการไม่เข้ามาที่ระดับดังกล่าว ราคาอาจรีบาวด์ไปทดสอบโซน 160.70 ได้เร็ว ซึ่งเคยเป็นจุดที่กระตุ้นการแทรกแซงปลายเดือน เม.ย. 2024 ด้วยความผันผวนโดยนัยที่ยังต่ำ การซื้อ “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) ก็เป็นอีกวิธีเพื่อวางสถานะรับการเคลื่อนไหวใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการทะลุกรอบ (breakout) หรือการแทรกแซงที่รุนแรงแบบเหนือคาด