ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันจันทร์ หลังดอลลาร์สหรัฐ (Greenback: ชื่อเรียกดอลลาร์สหรัฐ) อ่อนลงจากการรีบาวด์ (Rebound: ดีดกลับระยะสั้น) ล่าสุด คู่เงิน AUD/USD เคลื่อนไหวใกล้ 0.7160 เพิ่มขึ้น 0.15% ณ เวลาที่รายงาน
ความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐลดลง หลังบรรยากาศการลงทุน (Market mood) ดีขึ้นจากความหวังว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่าการเจรจาข้อเสนอเพื่อสันติภาพยังดำเนินอยู่ ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven assets: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักซื้อเมื่อกังวลความเสี่ยง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ) ลดลง
ดอลลาร์อ่อนค่าและความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY เป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ปรับลง หลังไม่สามารถรักษากำไรก่อนหน้าเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักได้ ตลาดยังติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางหลังเหตุโจมตีด้วยโดรน (Drone attacks: การโจมตีโดยอากาศยานไร้คนขับ) ล่าสุด ขณะที่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ผู้ซื้อขายยังระมัดระวัง
แรงบวกของดอลลาร์ออสเตรเลียถูกจำกัดจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อการเติบโตที่ชะลอลง ยอดค้าปลีกจีน (Retail Sales: มูลค่าการขายสินค้าปลีก) เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาด 2% และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production: การผลิตของโรงงานและเหมือง) เพิ่มขึ้น 4.1% ต่ำกว่าคาด 5.9%
ตลาดจับตาข้อมูลออสเตรเลียที่จะประกาศวันอังคาร รวมถึงรายงานการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA meeting minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุมกำหนดนโยบาย) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเวสต์แพค (Westpac Consumer Confidence: แบบสำรวจมุมมองผู้บริโภคออสเตรเลีย) ซึ่งอาจกระทบการเคลื่อนไหวระยะสั้นของ AUD
แรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างของคู่เงิน
ความกังวลต่อข้อมูลจีนที่อ่อนแอได้กลายเป็นแรงกดดันระยะยาวต่อดอลลาร์ออสเตรเลีย ตัวเลขล่าสุดของจีนสะท้อนว่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: มูลค่าเศรษฐกิจรวม) ยังโต 5.3% แต่ปัญหาเชิงลึกในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังฉุดอุปสงค์ต่อสินค้าส่งออกหลักของออสเตรเลีย เช่น แร่เหล็ก (Iron ore: วัตถุดิบผลิตเหล็ก) ภาวะชะลอตัวเชิงโครงสร้างนี้เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ AUD ฟื้นกลับไปสู่ความแข็งแกร่งเดิมได้ยาก
ในด้านนโยบายการเงิน ขณะนี้ RBA คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Cash rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของธนาคารกลาง) ที่ 4.35% ต่อเนื่องหลายเดือนเพื่อกดเงินเฟ้อให้อยู่ราว 3.1% ประเด็นหลักจึงอยู่ที่ส่วนต่างผลตอบแทน (Yield differential: ความต่างของอัตราดอกเบี้ย/ผลตอบแทนระหว่างสองประเทศ) โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงกว่า คือ 5.25% ทำให้การถือดอลลาร์สหรัฐดูคุ้มกว่า และจำกัดโอกาสที่ AUD จะปรับขึ้นแรง
ในสภาวะแบบนี้ ผู้ซื้อขายอนุพันธ์ (Derivative traders: ผู้ซื้อขายตราสารที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรคำนึงว่าการพุ่งขึ้นแรงของ AUD/USD มีโอกาสเกิดน้อยในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์ออปชัน (Options strategies: การใช้สัญญาซื้อ/ขายสิทธิ) ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งในกรอบแคบหรืออ่อนลงเล็กน้อย เช่น ขายคอลออปชัน (Selling call options: ขายสิทธิให้ผู้ซื้อทำกำไรหากราคาเกินระดับที่กำหนด) โดยกำหนดราคาใช้สิทธิ (Strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญา) สูงกว่าระดับแนวต้าน 0.6750 (Resistance: ระดับราคาที่มักขึ้นต่อได้ยาก) อาจเหมาะสม แนวทางนี้ช่วยรับพรีเมียม (Premium: ค่าตอบแทนที่ผู้ขายออปชันได้รับ) ขณะยอมรับว่าโอกาสปรับขึ้นของ AUD มีจำกัด