เจ้าหน้าที่ IMF ระบุว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังไม่จำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยอิงจากแนวโน้มราคาพลังงานในปัจจุบัน พร้อมคาดการณ์เศรษฐกิจสหราชอาณาจักร (GDP คือมูลค่าการผลิตสินค้าและบริการรวมของประเทศ) จะเติบโต 1.0% ในปี 2026 สูงกว่าประมาณการเดือนเมษายนที่ 0.8%
เจ้าหน้าที่ IMF คาดว่าเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรจะขึ้นไปสูงสุด “ต่ำกว่า 4% เล็กน้อย” ช่วงปลายปี 2026 และจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ภายในปลายปี 2027
Uk Fiscal And Financial Stability
พวกเขาระบุว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรควรเดินหน้าลดการขาดดุลงบประมาณ (deficit คือรายจ่ายมากกว่ารายได้ของรัฐ) ต่อไป จากแรงกดดันของตลาดการเงินและความเสี่ยงด้านการดำเนินนโยบายที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังระบุว่าสหราชอาณาจักรควรตรวจสอบว่า “ผลรวม” ของการปรับกฎกำกับดูแลภาคบริการการเงิน (regulatory changes คือการเปลี่ยนกฎของหน่วยงานกำกับ เพื่อควบคุมความเสี่ยง) จะไม่ทำให้ความทนทานของระบบการเงินลดลง (resilience คือความสามารถในการรับมือแรงกระแทก เช่น วิกฤตสภาพคล่อง)
ตลาดไม่เห็นปฏิกิริยาชัดเจนในเงินปอนด์อังกฤษหลังความเห็นของ IMF โดย ณ เวลารายงาน GBP/USD (อัตราแลกเปลี่ยนปอนด์ต่อดอลลาร์) บวก 0.23% ที่ราว 1.3355 หลังอ่อนค่าลงก่อนหน้า
มุมมองว่า BoE จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดสะท้อนอยู่แล้ว โดยเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรถูกรายงานที่ 3.8% เดือนที่แล้ว และ “Bank Rate” (อัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักของ BoE) คงที่ 4.25% ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทำให้แนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดคือคงนโยบายไว้ ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งบ่งชี้ว่าการคาดการณ์ของตลาดที่มองว่าไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2026 มีน้ำหนักถูกต้อง
สำหรับผู้ที่เทรด “อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย” (interest rate derivatives คือสัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับอัตราดอกเบี้ย เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ภาพนี้ชี้ว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับดอกเบี้ยทรงตัว การขายสัญญา “SONIA futures” (สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิง SONIA ซึ่งเป็นดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนแบบไม่มีหลักประกันในตลาดเงินปอนด์) สำหรับงวดหมดอายุเดือนธันวาคม 2026 ที่ยังสะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเล็กน้อย อาจเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังอาจพิจารณากลยุทธ์ “ออปชัน” (options คือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) ที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นต่ำ
Gbp Usd Policy Divergence
ในฝั่งเงินปอนด์ ความแตกต่างของนโยบายกับสหรัฐฯ ชัดขึ้น โดยขณะที่ BoE พักนโยบาย ข้อมูลล่าสุดของสหรัฐฯ ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงาน) ยังทรงตัวสูงที่ 3.5% และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้งในปีนี้ ช่องว่างนโยบายดังกล่าวทำให้ GBP/USD ยืนเหนือระดับ 1.3400 ได้ยาก สะท้อนว่า “put options” (ออปชันแบบสิทธิขาย ใช้ป้องกันความเสี่ยงการอ่อนค่า) บนเงินปอนด์อาจคุ้มค่าในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge คือการลดความเสี่ยงจากความผันผวน)