AUD/JPY ซื้อขายใกล้ 113.65 ในวันจันทร์ เพิ่มขึ้น 0.16% โดยคู่เงินปรับขึ้นจากเงินเยนญี่ปุ่นที่ยังอ่อนค่า ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ออกมาแย่กว่าคาดจำกัดแรงหนุนของดอลลาร์ออสเตรเลีย
ยอดค้าปลีกจีนเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY: เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ต่ำกว่าคาด 2% และจากเดิม 1.7% ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 4.1% YoY ต่ำกว่าคาด 5.9% และการลงทุนสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Investment: การลงทุนระยะยาว เช่น โรงงาน เครื่องจักร โครงสร้างพื้นฐาน) ลดลง 1.6% YoY ขณะที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.6%
เงินเยนอ่อนค่า จากประเด็นพลังงานและการคลัง
เงินเยนยังถูกกดดันเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง (risk-sensitive currencies: สกุลเงินที่มักแข็ง/อ่อนตามบรรยากาศการลงทุน เช่น AUD) หลังราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง ผู้นำเข้าพลังงานของญี่ปุ่นต้องใช้ดอลลาร์สหรัฐมากขึ้นเพื่อชำระค่านำเข้า ทำให้มีแรงขายเยนเพิ่มขึ้น
อีกด้านหนึ่ง แนวโน้มการคลังของญี่ปุ่นกดดันเงินเยน หลังรอยเตอร์รายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาก่อหนี้ใหม่เพื่อใช้ในงบประมาณเพิ่มเติม ประเด็นนี้หนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นปรับขึ้น และยิ่งทำให้เงินเยนอ่อนค่า
MUFG มองว่าเงินเยนที่อ่อนลงเกี่ยวข้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB: พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น) ที่ปรับขึ้น/ราคาพันธบัตรอ่อนตัว และความเป็นไปได้ของการออกหนี้ใหม่ อีกทั้งระบุว่าความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงิน (intervention: การที่ทางการเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราเพื่อพยุงหรือกดค่าเงิน) อาจเพิ่มขึ้น หาก USD/JPY เข้าใกล้ 160.00 อีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ระบุว่ากำลังติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด รวมถึงอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ขณะที่ความคาดหวังว่า BOJ อาจเข้มงวดนโยบายการเงิน (tightening: ปรับนโยบายให้ตึงตัว เช่น ขึ้นดอกเบี้ย ลดการอัดฉีด) ช่วยจำกัดการอ่อนค่าบางส่วน หลังกรรมการ Kazuyuki Masu ส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่เชื่อมโยงกับสงครามและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
มุมมองกลยุทธ์ต่อ AUD/JPY
เมื่อเงินเยนยังอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มระยะใกล้ของ AUD/JPY ยังเอนขึ้น โดยแรงกดดันจากสถานะการคลังและต้นทุนพลังงานของญี่ปุ่นดูจะมีน้ำหนักมากกว่าข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่น่ากังวล ดังนั้น การถือสถานะซื้อ (long position: คาดว่าราคาจะขึ้น) แบบระมัดระวัง หรือรอจังหวะย่อตัวเพื่อซื้อ อาจยังเหมาะในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
แรงกดดันต่อเงินเยนยังสูง โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) ทรงตัวแถว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้บิลนำเข้าพลังงานของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูง สถานการณ์นี้ทำให้เงินเยนไหลออกเชิงโครงสร้าง (structural outflow: เงินไหลออกต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น ต้องซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อจ่ายค่านำเข้า) ซึ่งมีแนวโน้มไม่กลับทิศได้เร็ว นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีล่าสุดขยับเหนือ 1.0% สะท้อนความกังวลต่อการออกหนี้ใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มกดดันค่าเงินต่อไป
อย่างไรก็ดี ต้องระวังความเสี่ยงที่ทางการญี่ปุ่นอาจแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งอาจทำให้ราคาแกว่งแรงและกลับทิศอย่างรวดเร็ว ผู้ลงทุนอาจใช้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อ/ขายในอนาคตเพื่อบริหารความเสี่ยง) เพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น ซื้อออปชันซื้อเงินเยนที่ราคาใช้สิทธิไกลกว่าราคาตลาด (out-of-the-money JPY calls: มีโอกาสทำกำไรเมื่อเยนแข็งค่ามาก แต่ต้นทุนมักต่ำกว่าแบบใกล้ราคา)
ความเสี่ยงสำคัญอีกข้อคือ BOJ เปลี่ยนท่าที หลัง BOJ ยุติดอกเบี้ยติดลบในปี 2024 ตลาดจับตาความเร็วของการปรับนโยบายกลับสู่ภาวะปกติ (normalization: ค่อย ๆ กลับไปใช้นโยบายดอกเบี้ยตามปกติ) หากเงินเฟ้อญี่ปุ่นยังแข็งแรง อาจเกิดกระแสคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินเยนแข็งค่ารวดเร็วและกด “แคร์รีเทรด” (carry trade: กู้/ขายสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำ เช่น เยน แล้วไปซื้อสินทรัพย์ดอกเบี้ยสูง) ให้ถูกปิดสถานะ
ฝั่งดอลลาร์ออสเตรเลียยังผูกกับเศรษฐกิจจีนเป็นหลัก การชะลอลงของการผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนเหลือ 4.1% เป็นแรงกดดันที่จำกัดการแข็งค่าของ AUD ดังนั้น AUD/JPY อาจขึ้นได้ไม่หวือหวาเท่าคู่บางคู่ แต่หากมุมมองต่อจีนดีขึ้น ก็อาจหนุนให้การปรับขึ้นของคู่นี้แรงขึ้นได้อีก