ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 เพิ่มขึ้น 0.13% ถือเป็นสถิติขึ้นต่อเนื่องรายสัปดาห์ยาวที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 อย่างไรก็ดี ในวันศุกร์ดัชนีร่วง 1.24% ซึ่งเป็นการปรับลงรายวันแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันปรับขึ้น
ตลาดอื่นปรับลงมากกว่าในรอบสัปดาห์ โดยดัชนี STOXX 600 ของยุโรปลดลง 0.85% และดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นลดลง 2.08% ส่วนความเคลื่อนไหววันศุกร์รวมถึง STOXX 600 ร่วง 1.48% และ Nikkei ลดลง 1.99%
ตลาดโลกกลับมาอยู่ในโหมดระมัดระวัง
หุ้นเอเชียปรับตัวลง โดย Nikkei ลดลง 0.83%, Hang Seng ลดลง 1.35%, CSI 300 ลดลง 0.69% และ Shanghai Composite ลดลง 0.22% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาที่ตกลงซื้อขายในอนาคต) ของสหรัฐฯ และยุโรปก็อ่อนตัวลง โดย S&P 500 futures ลดลง 0.60% และ DAX futures ลดลง 0.94%
ตลาดจับตาผลประกอบการของ Nvidia ในวันพุธนี้ โดยมูลค่าตลาด (market capitalisation: มูลค่ารวมของหุ้นทั้งหมดตามราคาตลาด) ของ Nvidia อยู่ที่ 5.46 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อการขึ้นต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ของ S&P 500 เริ่มเผชิญแรงกดดัน สะท้อนสัญญาณความอ่อนล้าของตลาด การร่วงแรงสุดรายวันนับตั้งแต่มีนาคม แม้ก่อนหน้านี้ทำสถิติขึ้นต่อเนื่องรายสัปดาห์ยาวที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 บ่งชี้ว่า “ความเชื่อมั่น” ของตลาดกำลังเปลี่ยนไป ผู้ลงทุนควรจับตาแรงส่ง (momentum: แรงต่อเนื่องของแนวโน้มราคา) ที่เริ่มแผ่ว เพราะอาจนำไปสู่ความผันผวนที่สูงขึ้น
ความกังวลหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ซึ่งกระตุ้นความกลัว “เศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อสูง” (stagflation: ภาวะที่เศรษฐกิจโตช้า/ซบเซา แต่ราคาสินค้าขึ้น) โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yield: อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี) แตะ 4.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปีนี้ ขณะที่น้ำมันดิบ WTI (WTI crude: น้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ใช้เป็นราคามาตรฐาน) ซื้อขายเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันทั้งผู้บริโภคและอัตรากำไรของบริษัท (corporate margins: ส่วนต่างกำไรจากรายได้หลังหักต้นทุน)
ความผันผวนและกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง
ความกังวลดังกล่าวสะท้อนผ่านดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีที่สะท้อน “ความผันผวนที่ตลาดคาด” จากราคาตราสารอนุพันธ์ โดยมักถูกเรียกว่า “ดัชนีความกลัว”) ซึ่งพุ่งจากระดับต่ำ 13 ไปเกิน 18 ในช่วง 10 วันทำการที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นเร็วของความผันผวนที่คาดไว้ (expected volatility: ความผันผวนที่ตลาดประเมินล่วงหน้า) ทำให้ควรพิจารณากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงผ่านออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) โดยสภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้ “ออปชันขาย” ระยะยาว (long-dated put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในอนาคต มีอายุยาว) บนดัชนีกว้างอย่าง SPY (SPY: กองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนี S&P 500) น่าสนใจมากขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกันความเสี่ยงของพอร์ต (portfolio hedge: วิธีลดความเสียหายเมื่อราคาตลาดปรับลง)