USD/JPY ปรับขึ้นจาก 158.42 เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วมาอยู่ที่ 158.84 หลังจากก่อนหน้านี้มีการประเมินว่าจะขยับขึ้นไปทาง 158.70 และมองว่า 159.00 ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในทันที แรงซื้อดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคาดว่าจะมีโอกาสขึ้นเหนือ 159.00
การยืนเหนือ 159.00 ยังไม่แน่นอน โดย 159.40 ถูกระบุเป็นแนวต้านถัดไป (แนวต้านคือระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้) และคาดว่ายังไม่น่าจะไปถึงเร็ว ๆ นี้ แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 158.60 และ 158.40 (แนวรับคือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุงไว้)
Near Term Levels In Focus
สำหรับมุมมอง 1–3 สัปดาห์ คู่เงินอยู่ที่ 157.30 เมื่อ 12 พ.ค. และระบุแนวต้านไว้ที่ 158.30 หลังทะลุ 158.30 ได้ โฟกัสย้ายไปที่ 159.00 เมื่อ 15 พ.ค. ขณะ “ราคาในตลาดปัจจุบัน (spot คือราคาซื้อขายทันที)” อยู่ที่ 158.40
มุมมองยังให้ความสำคัญกับ 159.00 เป็นระดับที่ต้องจับตา และหากทะลุ 159.00 ได้อย่างชัดเจน เป้าหมายถัดไปคือ 159.40 ระดับ “แนวรับแข็งแกร่ง (strong support คือแนวรับที่มีโอกาสรับอยู่มากกว่าปกติ)” ถูกปรับขึ้นเป็น 157.90 แทนที่ 157.40 และ 157.20
บทความระบุว่าใช้เครื่องมือ AI ช่วยจัดทำและมีบรรณาธิการตรวจทาน โดยให้เครดิตทีม FXStreet Insights Team
Strategy And Risk Considerations
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยหลัก และยังกว้างขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฟดสหรัฐคงดอกเบี้ยใกล้ 4.5% เพราะเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก) ล่าสุดอยู่ที่ 3.1% ขณะที่ BOJ ขยับขึ้นเชิงสัญลักษณ์ไปที่ 0.25% ทำให้ช่องว่างยังแทบไม่ลด กลยุทธ์กู้เงินเยนไปซื้อดอลลาร์ (ลักษณะเดียวกับ “แคร์รี่เทรด” คือยืมสกุลอัตราดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสกุลอัตราดอกเบี้ยสูง) จึงยังจูงใจ และหนุน USD/JPY ให้สูงขึ้น
สำหรับผู้เทรด “ตราสารอนุพันธ์ (derivatives คือเครื่องมือที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน)” มุมมองนี้ชี้ว่าออปชันฝั่งซื้อ (call option คือสิทธิในการซื้อที่ราคาใช้สิทธิที่กำหนด) บน USD/JPY ยังน่าสนใจ แต่การถือสถานะซื้อแบบตรง ๆ (outright long คือซื้อถือโดยไม่ใช้กลยุทธ์ป้องกัน) มีความเสี่ยงมากกว่า แนวทางที่เหมาะกว่าในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าคือ “คอลสเปรด (call spread คือซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า พร้อมขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไร/ขาดทุน)” เช่น ซื้อคอล 159.50 และขายคอล 161.00 พร้อมกัน กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์จากการไต่ขึ้นต่อเนื่อง แต่จำกัดทั้งกำไรสูงสุดและต้นทุนที่จ่ายล่วงหน้า
ต้องเฝ้าระวังอย่างมากต่อความเสี่ยง “การแทรกแซง (intervention คือทางการเข้าซื้อ/ขายเงินเพื่อกดหรือดันค่าเงิน)” จากญี่ปุ่น เพราะความอดทนอาจลดลง เคยเกิดการกลับตัวแรงและฉับพลันจากระดับใกล้เคียงกันในปี 2022 และ 2024 และกระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ส่งสัญญาณเตือนด้วยถ้อยแถลงที่เข้มขึ้นในเดือนนี้ สำหรับผู้ถือสถานะซื้อ การซื้อพุตที่อยู่นอกเงินและราคาถูก (out-of-the-money put คือพุตที่ราคาใช้สิทธิอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดมาก) ใกล้ 157.50 อาจใช้เป็น “ประกัน” ต้นทุนต่ำ หากเกิดการเหวี่ยงลงแบบไม่คาดคิด
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility คือความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาพรีเมียมออปชัน) ของออปชัน USD/JPY เพิ่มขึ้นมาก สะท้อนความกังวลเรื่องแทรกแซง ทำให้การซื้อออปชันแพงขึ้น ผู้เทรดจึงควรเลือกจังหวะ และพิจารณากลยุทธ์ที่ “ขายความผันผวน (sell volatility คือได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนลดลง เช่น บางรูปแบบของการขายออปชัน)” หากมองว่าไม่น่ามีการเคลื่อนไหวใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ แต่ด้วยความตึงเครียดปัจจุบัน การใช้อนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงยังเหมาะกว่าการคาดหวังตลาดสงบ