เงินรูปีอินเดียอ่อนค่าลงเกือบ 12% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นับเป็นสกุลเงินที่อ่อนแอที่สุดในเอเชีย โดยการอ่อนค่าถูกเชื่อมโยงกับเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้น และต้นทุนนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น
เงินทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้น (การขายหุ้นแล้วนำเงินออกนอกประเทศ) มากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เทียบกับทั้งปี 2025 ที่ไหลออก 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ความต้องการดอลลาร์จากผู้นำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังต้นทุนนำเข้าน้ำมันดิบสูงขึ้น
การที่อินเดียเปลี่ยนจากการซื้อน้ำมันดิบรัสเซียที่มีส่วนลด ไปเป็นการซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ราคาแพงกว่า ภายใต้ข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ เพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนนำเข้า ทำให้ความต้องการดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้น
ทางการเพิ่มมาตรการพยุงเงินรูปี ทั้งการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง (การนำเงินสำรองไปซื้อ–ขายเงินตราเพื่อลดความผันผวน) และกำหนดให้ธนาคารลดหรือปิดสถานะเก็งกำไรที่ถือ “Long USD” (สถานะที่ได้ประโยชน์เมื่อดอลลาร์แข็งค่า) นอกจากนี้ยังเข้มงวดกฎนำเข้าทองคำเพื่อลดความต้องการดอลลาร์
รัฐบาลปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำเป็น 15% จาก 6% และกำหนดเพดานนำเข้า 100 กิโลกรัมต่อใบอนุญาตภายใต้โครงการ advance authorisation scheme (โครงการอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อใช้ผลิต/ส่งออก) พร้อมกันนี้กำลังพิจารณามาตรการลดภาษีกำไรจากการลงทุน (capital gains tax) สำหรับผู้ถือพันธบัตรต่างชาติ
หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง เงินรูปีมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางจะเน้นจำกัดความผันผวน มากกว่าพยายามต้านการอ่อนค่าอย่างเต็มที่