USD/JPY ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 และบวก 7 ใน 8 วันที่ผ่านมา ทำสถิติสูงสุดในรอบราว 2 สัปดาห์ครึ่งในช่วงตลาดเอเชียวันจันทร์ โดยเคลื่อนไหวเหนือ 159.00 ได้ จากแรงหนุนของเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 7 เม.ย. หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านเพิ่มขึ้น และตลาดเอนเอียงไปทางมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) อาจคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับอิหร่านว่า “เวลาใกล้หมด” และ “จะไม่เหลืออะไร” หากไม่รีบดำเนินการ พร้อมย้ำว่า “เวลามีความสำคัญมาก”
Times of Israel รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า อิสราเอลและสหรัฐกำลังเร่งเตรียมความพร้อมทางทหารเพื่ออาจกลับมาโจมตีอิหร่านร่วมกันอีกครั้ง ส่งผลให้ความต้องการถือดอลลาร์เพิ่มขึ้นในฐานะ “สกุลเงินสำรอง” (เงินที่นักลงทุนและธนาคารกลางนิยมถือเพื่อความมั่นคงและสภาพคล่อง)
ราคาน้ำมันขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ท่ามกลางความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ และการปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซในทางปฏิบัติ (Strait of Hormuz: เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก) ทำให้ตลาดกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะดันเงินเฟ้อ และกระทบการตัดสินใจของเฟด
เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group (FedWatch Tool: เครื่องมือคำนวณความน่าจะเป็นของการปรับดอกเบี้ยจากราคาในตลาดล่วงหน้า) บ่งชี้ว่า นักเทรดให้น้ำหนัก “มากกว่า 50%” ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่สูงขึ้น (US Treasury yields: ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ใช้เป็นตัวชี้วัดต้นทุนเงินและความคาดหวังดอกเบี้ย) ยิ่งช่วยหนุนเงินดอลลาร์และ USD/JPY
เงินเยนอ่อนค่าจากความกังวลความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี กระแสคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจ “แทรกแซงค่าเงิน” (currency intervention: การเข้าซื้อ/ขายเงินตราโดยรัฐเพื่อชะลอความผันผวน) จำกัดการอ่อนค่าต่อของเยน และทำให้การขึ้นของ USD/JPY ไม่เร่งตัวมากนัก