ราคาทองคำในปากีสถานแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันจันทร์ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 40,693.98 รูปีปากีสถาน (PKR) ต่อกรัม เทียบกับ 40,668.40 PKR ในวันศุกร์
ทองคำอยู่ที่ 474,635.10 PKR ต่อโทลา (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในเอเชียใต้ ประมาณ 11.66 กรัม) เพิ่มขึ้นจาก 474,348.30 PKR ในวันศุกร์ อัตราอื่นที่ระบุ ได้แก่ 406,929.90 PKR ต่อ 10 กรัม และ 1,265,696.00 PKR ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า เท่ากับ 31.1035 กรัม)
FXStreet คำนวณราคาทองคำท้องถิ่นโดยแปลงจากราคาทองคำโลก ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/รูปีปากีสถาน (USD/PKR) และหน่วยชั่งน้ำหนักในประเทศ ตัวเลขอัปเดตทุกวันในเวลาที่เผยแพร่ และใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น เพราะราคาจริงในตลาดท้องถิ่นอาจแตกต่าง
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด ข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่ติดตามและเผยแพร่ข้อมูลตลาดทองคำ) ระบุว่าในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการซื้อรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยทั่วไปทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคาทองยังอาจตอบสนองต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions: ความขัดแย้งระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession: เศรษฐกิจหดตัว), และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากทองคำ “ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย” (no yield: ไม่มีดอกเบี้ยหรือเงินปันผล) และตั้งราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ
ราคาทองคำช่วงนี้ทรงตัวชัดเจน ยืนได้แม้เผชิญแรงกดดันจากนโยบายการเงิน (monetary policy: การกำหนดดอกเบี้ยและสภาพคล่องของธนาคารกลาง) ราคายังนิ่งแม้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีวัดความแข็งค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ทรงตัวใกล้ระดับแข็งแกร่งแถว 106 สะท้อนว่ามี “แนวรับ” (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) รองรับอยู่ ตลาดจึงรับแรงกดดันจากดอกเบี้ยสูงได้ดีกว่าที่คาด
แรงพยุงดังกล่าวน่าจะมาจากการซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง โดยแนวโน้มนี้เร่งขึ้นหลังจากเห็นการซื้อในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 รายงานไตรมาส 1 ปี 2026 ของสภาทองคำโลกระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มทองคำเข้าทุนสำรองอีก 290 ตัน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปีที่แรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุปสงค์ที่สม่ำเสมอนี้ช่วยสร้างฐานราคาที่แข็งแรง โดยไม่ต้องพึ่งกระแสการลงทุนแบบเดิม
ผู้ซื้อขายควรจับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเพิ่มขึ้น เพราะอาจกระตุ้น “การย้ายเงินไปสินทรัพย์ปลอดภัย” (flight to safety: นักลงทุนลดความเสี่ยงและหันไปถือสินทรัพย์ที่ผันผวนน้อย) ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven asset: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อความไม่แน่นอนสูง) มูลค่าทองมักเพิ่มขึ้นในช่วงโลกมีความไม่แน่นอน ช่วยป้องกันความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น ทำให้การถือสถานะซื้อ (long position: ซื้อเพื่อหวังกำไรจากราคาขึ้น) หรือการซื้อออปชันคอล (call option: สิทธิในการซื้อในราคาและเวลาที่กำหนด) เป็นทางเลือกเพื่อกันความเสี่ยงจากความผันผวนกะทันหัน
ความท้าทายหลักของทองคำในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ยังอยู่ที่มุมมองดอกเบี้ย “สูงและอยู่นาน” (higher for longer: ดอกเบี้ยยังสูงต่อเนื่องและไม่ลดเร็ว) ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐในเดือนเมษายน 2026 ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ยังอยู่ที่ 2.9% ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) จะลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้มีน้อย ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย ทองคำมักเผชิญแรงกดดันเมื่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอยู่สูง