ดัชนีราคาบ้านของจีนลดลง 3.5% ในเดือนเมษายน เทียบกับการลดลง 3.4% ในงวดก่อนหน้า
ตัวเลขเดือนเมษายนสะท้อนการลดลงรายปีที่เร็วขึ้นเล็กน้อย โดยความแตกต่างระหว่างสองงวดอยู่ที่ 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์
ข้อมูลราคาบ้านเดือนเมษายนยืนยันว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนกำลังแย่ลง ไม่ได้เริ่มทรงตัว การเร่งตัวจากการลดลงรายปี 3.4% เป็น 3.5% ชี้ว่ามาตรการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐยังไม่เห็นผลชัดเจน เรามองว่านี่เป็นสัญญาณให้คงมุมมอง “ขาลง” ต่อสินทรัพย์ที่ผูกกับเศรษฐกิจจีนโดยตรง
ความอ่อนแอที่ยืดเยื้อมีแนวโน้มกดดันให้ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBOC) ต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการลดดอกเบี้ยหรือเพิ่มสภาพคล่องในระบบ และจะยิ่งกดดันค่าเงินหยวนให้มีโอกาสอ่อนค่า โดยอัตราแลกเปลี่ยน USD/CNH (ดอลลาร์สหรัฐต่อหยวนในตลาดนอกจีนแผ่นดินใหญ่) ล่าสุดทะลุระดับ 7.45 ซึ่งเป็น “แนวต้าน” (ระดับราคาที่มักทำให้การปรับขึ้นสะดุด) และเราคาดว่าแนวโน้มนี้จะไปต่อ ดังนั้นเราจับตาการซื้อคอลออปชัน (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนด) บนดอลลาร์สหรัฐ และซื้อพุทออปชัน (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนด) บนเงินหยวนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ภาวะซบเซาของอสังหาฯ กระทบความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ภาคอุตสาหกรรมโดยตรง สะท้อนจากสถิติล่าสุดที่ชี้ว่าสต๊อกแร่เหล็กตามท่าเรือ (ปริมาณสินค้าคงคลังที่ขนส่งทางเรือและพักไว้ในท่าเรือ) เพิ่มขึ้น 5% ในเดือนเดียว ซึ่งบ่งชี้ว่าการผลิตเหล็ก (ปัจจัยสำคัญของงานก่อสร้าง) กำลังชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ เรายังคงมองว่ากลยุทธ์ที่เหมาะคือซื้อพุทออปชันบนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดง (copper futures: สัญญาที่กำหนดราคาซื้อขายทองแดงล่วงหน้า) และเปิดสถานะชอร์ต (short position: ทำกำไรเมื่อราคาปรับลง) ใน ETF กลุ่มเหมืองรายใหญ่ (ETF: กองทุนดัชนีที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น)
สำหรับตลาดหุ้น ภาพนี้คล้ายกับมาตรการกระตุ้นที่ไม่สำเร็จซึ่งเคยเห็นในปี 2025 และนำไปสู่แรงขายรุนแรง เราคาดว่าหุ้นผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนและธนาคารที่ปล่อยกู้ให้บริษัทเหล่านี้จะให้ผลตอบแทนแย่กว่าตลาดโดยรวม และเราจะเพิ่มการถือพุทในดัชนี Hang Seng Mainland Properties Index (ดัชนีหุ้นอสังหาฯ จีนที่จดทะเบียนในฮ่องกง)