ข้อมูล CFTC ของญี่ปุ่นระบุว่า “สถานะสุทธิ” (net positions: จำนวนสัญญาซื้อหักลบจำนวนสัญญาขาย) ในสัญญา JPY ของกลุ่ม “นอนคอมเมอร์เชียล” (non-commercial: นักเก็งกำไร เช่น กองทุน ไม่ใช่ผู้ทำธุรกิจจริงที่ใช้เงินเยน) ลดลงมาอยู่ที่ -75.1K จากเดิม -61.7K
การเปลี่ยนแปลงคือ ลดลง 13.4K สัญญา โดยสถานะสุทธิยังคงติดลบ
เรากำลังเห็นนักเก็งกำไรเพิ่มเดิมพัน “ฝั่งอ่อนค่า” ของเงินเยน โดย “สถานะขายสุทธิ” (net short: ขายมากกว่าซื้อ) เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในรอบรายงานล่าสุด ซึ่งเป็นระดับมุมมองเชิงลบต่อเงินเยนมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีก่อน ข้อมูลนี้สะท้อนว่าตลาดเชื่อว่าเงินเยนยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อ
ปัจจัยหลักยังคงเป็น “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ที่สูงมาก โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงดอกเบี้ยราว 4.0% ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.25% ทำให้แรงจูงใจในการขายเยนไปถือดอลลาร์ยังสูงมาก ข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่า “เงินเฟ้อภาคบริการพื้นฐาน” ของสหรัฐฯ (core services inflation: เงินเฟ้อในหมวดบริการที่ตัดรายการผันผวนบางส่วนออกเพื่อดูแนวโน้ม) ยังเหนียวอยู่ที่ 3.8% ยิ่งตอกย้ำมุมมองว่า Fed ยังไม่น่าลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
แรงกดดันฝั่งญี่ปุ่นก็ยังหนุนแนวโน้มนี้เช่นกัน หลัง GDP ไตรมาส 1/2026 ออกมา “ทรงตัว” ต่ำกว่าคาดที่มองว่าจะโตเล็กน้อย ขณะที่ CPI ทั่วประเทศเดือนล่าสุดอยู่ที่ 1.9% ก็ยังต่ำกว่าเป้าหมายของ BOJ ทำให้แรงผลักให้ธนาคารกลางต้อง “คุมเข้มนโยบาย” (policy tightening: ปรับดอกเบี้ยขึ้น/ลดการผ่อนคลาย) ลดลง สำหรับผู้ซื้อขาย “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) จึงยิ่งยืนยันเหตุผลพื้นฐานว่าเยนอ่อนค่าได้อีก