สถานะสุทธิของนักลงทุนกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (non-commercial: กลุ่มนักเก็งกำไร เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ ไม่ได้ถือเพื่อใช้จริงในธุรกิจ) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบไว้ล่วงหน้า) เงินยูโร (EUR) ตามข้อมูล CFTC ของยูโรโซน เพิ่มขึ้นเป็น 40.2K จาก 32.2K
สะท้อนว่าเพิ่มขึ้น 8.0K จากครั้งก่อน
การเพิ่มขึ้นของสถานะ “ซื้อสุทธิ” (net long: จำนวนสัญญาฝั่งซื้อหักลบฝั่งขายแล้วเหลือเป็นบวก) ของยูโรเป็น 40.2k สัญญา ชี้ว่านักเก็งกำไรรายใหญ่มีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อความแข็งแกร่งของสกุลเงินยูโร บ่งชี้ว่าเริ่มเกิดมุมมอง “ขาขึ้น” (bullish bias: เอนเอียงไปทางคาดว่าราคาจะขึ้น) ในตลาดฟิวเจอร์ส จึงเป็นสัญญาณให้ทบทวนการถือสถานะขายยูโร (short: ได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง)
มุมมองนี้สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด โดยรายงานเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนเมษายน 2026 ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 2.3% แรงกดดันด้านราคาที่สูงกว่าคาดทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะ “ลดดอกเบี้ย” ในช่วงฤดูร้อนนี้ลดลง ส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมเอื้อต่อเงินยูโร
ขณะเดียวกัน ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐล่าสุดเริ่มชะลอลง ทำให้ตลาดคาดมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี ความต่างของทิศทางนโยบาย (policy divergence: ฝั่งหนึ่งคง/ขึ้นดอกเบี้ย แต่อีกฝั่งมีแนวโน้มลด) หนุนโอกาสที่ EUR/USD จะปรับขึ้นในระยะกลาง ผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) อาจพิจารณาวางกลยุทธ์รับการปรับขึ้นต่อ เช่น ซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อในราคาและเวลาที่กำหนด) บนยูโร
ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากความไม่แน่นอนตลอดช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงนั้นความกังวลเรื่องผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและความมั่นคงพลังงานทำให้ความสนใจของฝั่งเก็งกำไรไม่เด่นชัด การสะสมสถานะฝั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันสะท้อนว่าแรงกดดันเดิมเริ่มคลี่คลาย
ด้วยแรงส่งดังกล่าว การขายพุตออปชันที่อยู่นอกระดับราคาเป้าหมาย (out-of-the-money puts: พุตที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาตลาดมาก มักใช้เพื่อรับค่าเบี้ย) อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรับ “ค่าเบี้ยประกัน” (premium: เงินที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) โดยสะท้อนมุมมองว่าความเสี่ยงขาลงเริ่มจำกัด ควรจับตาแนวต้านสำคัญเชิงเทคนิค (technical resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้) ในคู่เงิน EUR/USD หากทะลุขึ้นอย่างชัดเจน อาจกระตุ้นแรงซื้อรอบใหม่จากกองทุนตามแนวโน้ม (trend-following funds: กองทุนที่ซื้อเมื่อแนวโน้มขึ้น และขายเมื่อแนวโน้มลง)