น้ำมันดิบสหรัฐ WTI ปรับขึ้นในวันศุกร์ ซื้อขายใกล้ 100.90 ดอลลาร์ ณ เวลาที่รายงาน เพิ่มขึ้น 3.13% ในวันเดียว ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดใหม่ของสัปดาห์
ตลาดตอบรับความเห็นของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังการพบปะกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ทรัมป์ระบุว่าจีนตกลงจะซื้อน้ำมันสหรัฐ แต่ทางการจีนยังไม่ยืนยัน
(คำอธิบาย: “ยืนยัน” หมายถึงมีคำแถลงหรือเอกสารทางการรองรับ ไม่ใช่เพียงคำพูดฝ่ายเดียว)
การประชุมสองวันสิ้นสุดลงในวันศุกร์โดยไม่มีประกาศสำคัญเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการส่งออกน้ำมันโลก ทรัมป์กล่าวว่าปักกิ่งให้คำมั่นจะร่วมเปิดเส้นทางเดินเรือ แต่ไม่ให้รายละเอียดการปฏิบัติ
(คำอธิบาย: “ช่องแคบฮอร์มุซ” คือจุดคอขวดทางทะเลที่น้ำมันจำนวนมากของโลกต้องผ่าน หากปิดหรือถูกรบกวนจะกระทบอุปทานทันที)
ความสนใจยังอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซจากความเสี่ยงด้านอุปทาน นักวิเคราะห์ Rabobank ระบุว่าการปิดชั่วคราวจะดันราคาพลังงานขึ้น ขณะที่การหยุดชะงักนานขึ้นอาจทำให้ความต้องการใช้ลดลงในหลายภาคอุตสาหกรรม
(คำอธิบาย: “อุปทาน” คือปริมาณน้ำมันที่ผลิตและส่งถึงตลาดได้ “ความต้องการใช้” คือปริมาณที่ผู้ซื้อ/โรงงานต้องการใช้งานจริง)
Rabobank ระบุว่า หากช่องแคบปิดต่อเนื่องหลายเดือน ยุโรปอาจหลีกเลี่ยงการขาดแคลนจริงได้ด้วยราคาที่สูงขึ้น แต่หากการหยุดชะงักยาวเกือบ 1 ปี อาจทำให้ “กันชน” ถูกใช้จนหมด และกระทบการบิน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการขนส่งทางอากาศ
(คำอธิบาย: “กันชน” หมายถึงสต็อกสำรอง/กำลังการผลิตสำรองที่ช่วยรองรับเหตุฉุกเฉิน “โลจิสติกส์” คือการขนส่งและบริหารเส้นทางสินค้า)