การใช้กำลังการผลิต (capacity utilisation: สัดส่วนที่โรงงานและเครื่องจักรถูกใช้งานจริงเทียบกับกำลังผลิตสูงสุด) ของสหรัฐอยู่ที่ 76.1% ในเดือนเมษายน สูงกว่าคาดการณ์ที่ 75.8%
ตัวเลขการใช้กำลังการผลิตเดือนเมษายนที่ออกมาสูงกว่าคาด บ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมของเศรษฐกิจยังร้อนแรงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า ข้อมูลนี้ทำให้มุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีเส้นทางชัดเจนในการเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยช่วงฤดูร้อน ถูกท้าทายมากขึ้น และต้องปรับคาดการณ์ใหม่ เพราะความแข็งแกร่งดังกล่าวอาจสะท้อนว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (underlying inflation: แนวโน้มเงินเฟ้อที่ฝังอยู่ในระบบ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยชั่วคราว) ยังยืดเยื้อ
ดังนั้น โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในการประชุม FOMC (คณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed) เดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมจึงลดลง โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย Fed (Fed funds futures: เครื่องมือที่สะท้อนการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย) ตอบรับไปแล้ว ตลาดประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยภายในสิ้นไตรมาส 3 เหลือเพียง 40% ลดลงมากจาก 70% เมื่อเดือนก่อน คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น (short-term yields: ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุสั้น) จะถูกกดดันให้ปรับขึ้นต่อ ทำให้กลยุทธ์ “ขาย” ในสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตร ซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนทางกับอัตราผลตอบแทน) ดูน่าสนใจขึ้น
สำหรับผู้เทรดดัชนีหุ้น ภาวะนี้ทำให้ “ข่าวเศรษฐกิจดี” อาจถูกตีความเป็น “ข่าวร้ายต่อหุ้น” เพราะลดโอกาสการผ่อนคลายนโยบายการเงิน คาดว่าความผันผวน (volatility: ระดับการแกว่งขึ้นลงของราคา) จะเพิ่มขึ้นเมื่อผู้เล่นตลาดประเมินท่าที Fed ใหม่ ดัชนี VIX (ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐที่คำนวณจากราคาออปชัน) ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 14 มาหลายสัปดาห์ อาจขยับกลับเข้าใกล้ระดับ 18 ต่อเนื่อง เมื่อความไม่แน่นอนถูกสะท้อนในราคา
สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณให้เพิ่มน้ำหนักหุ้นวัฏจักร (cyclical sectors: กลุ่มที่ได้อานิสงส์เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว เช่น อุตสาหกรรม วัตถุดิบ) และลดน้ำหนักกลุ่มอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย (rate-sensitive: กลุ่มที่มักถูกกดดันเมื่อดอกเบี้ยขึ้น เช่น สาธารณูปโภค อสังหาฯ) มองเห็นโอกาสในคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) ของ ETF กลุ่มอุตสาหกรรมและวัสดุพื้นฐาน ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน พุทออปชัน (put options: สิทธิในการขาย ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะลง) ในกลุ่มสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์อาจทำผลงานได้ดี หากอัตราผลตอบแทนยังปรับขึ้นต่อ